Category:Other


เธอสวย..เธอสาว..เธอขาวยวนฤทัย
เธอคือนางในฝัน ที่ฉันนั้น มั่นเฝ้าหมาย..
ร่างเธอหยาดหยด งามงดเหนือ เทพีเชียงใหม่
เพียงสายตา สองเรามาต้องกัน ฤทัยฉันรัญจวนชวนนึกถึงแต่เธอ..
ร่างเธอโค้ง คิ้วเธอโก่ง เหมือนเสี้ยวแห่งจันทรา
ดวงนัยน์ตา เธอคมวับจับในฤทัยฉัน..
นับจากนี้ ฉันนั่งนับปี นาที นับวัน
จะหอบเงินหมื่นของฉัน ไปหมั้นกับเธอ...

MacBook 13-inch 2.1-2.4 GHz


หนึ่งไม่มีสอง - สุรพล สมบัติเจริญ


Category:Other


วันนี้ผมเปิดไปเจอเพลง I should have known better. ของวง The Beatles หรือที่ทุกคนรู้จักพวกเขาในนามของ " สี่เต่าทอง" ประกอบด้วย พอล แมคคาร์ทนีย์, จอห์น เลนนอล, จอร์ช แฮริสัน และ ริงโก้สตาร์ จัดได้ว่า วงสี่เต่้าทอง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พวกเขาคือวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ในยุคสี่เต่าทองเฟื่องฟู มีผลงานทั้งเพลง, ภาพยนตร์ และรวมทั้งการ์ตูน

ผมได้ยินเพลงของวงนี้มาตั้งแต่เด็กเช่นกัน เพราะพ่อของผมเป็นแฟนเพลงตัวยงเลยก็ว่าได้ ที่บ้านของเรามีอัลบั้มของ The Beatles อยู่หลายชุดเลยละ โดยส่วนตัว ผมชอบสี่เต่าทองในยุค "ผมหน้าม้า" เพราะเพลงช่วงนี้ของพวกเขากำลังดังสุดๆเลย หลังจากนั้น ก็เริ่ม เข้ามาสู่ยุค " บุปผาชน" สี่เต่าทองก็ยังดังต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวและทรงผม สมัยนั้นนะ ผมเคยเห็นรูปตอนที่พ่อผมเรียนอยู่ ม.เชียงใหม่ ผมของเขายาวถึงหลังเลย ฮะๆๆ ชนิดที่เขาเคยขึ้นรถเมล์ พระเห็นตกใจ เพราะสมัยนั้น ผู้ชายไว้ผมยาวที่เชียงใหม่ ยังไม่ค่อยมี
ผมเองก็พยายามที่จะเลียนแบบพ่อ คือไว้ผมยาว แต่มา ณ. ตอนนี้ ไม่ไว้แล้ว ตัดสั้น เพราะรู้ว่า ไม่เข้าเลย ฮะๆๆ แต่พ่อผมตอนนั้น หล่อมากๆนะ ขอบอก หล่อถึงขั้น มีผู้กำกับท่านนึงไปพบ (ขออนุญาติไม่เอ่ยนาม) แล้วชวนไปเล่นภาพยนตร์ น่าเสียดาย พ่อผมไม่ชอบและไม่สันทัดทางด้านนี้ เลยปฎิเสธไป แต่ทำมั๊ยย !! พ่อหล่อ แม่ผมก็อดีตดาวคณะ แล้วไงลูกออกมา หน้าเป็นเช่นนี้ !!

เข้่าเรื่องๆ คลิปอันล่างที่ท่านเห็น เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่สมาชิกสี่เต่าทอง ได้แสดงไว้ พร้อมกับใช้เพลงของวงตนเอง มาเป็นเพลงประกอบ

ออกญาเมืองตูร์


The Beatles - I Should Have Known Better - ASTRO-ZOMBIE

Category:Other

สวัสดีครับ.. วันนี้ผมขอถือโอกาสพูดถึงนักร้องญี่ปุ่นผู้หนึ่ง ซึ่งมากไปด้วยอารมณ์ขันและแทบจะทุกท่วงท่าลีลาในการร้องเพลง สามารถเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมและผู้ฟังได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่สำคัญเท่ากับ บทเพลงที่เขาเคยขับร้องเอาไว้ในอดีต... " sukiyaki "

ใช่ครับ..ผมกำลังพูดถึง นักร้องที่เคยดังที่สุดในญี่ปุ่น Sakamoto Kyu หรือที่ชาวไทยบางคนรู้จักกันในนามของ " เคียว ซาคาโมโต้ " เจ้าของบทเพลง sukiyaki ( ชาวญี่ปุ่นเรียกเพลงนี้ว่า Ue o muite arukoo )ซึ่งดังพลุแตกในทศวรรษ 60 อีกทั้งเพลงนี้ ดันไปติดชาร์ตเพลงดังของอเมริกาในยุคนั้นอีกต่างหาก ซึ่ง เพลง sukiyaki เป็นอันดับสอง รองจากเพลงของ ราชาร็อกแอนด์โรล Elvis Presley ส่งผลให้ เกือบครึ่งค่อนโลก รู้จัก เพลงของ ซาคาโมโต้ ไปด้วย

ทว่า เคียว ซาคาโมโต้ กลับมาดังระเบิดอีกครั้ง และเป็นครั้งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ในวันที่ 12 สิงหาคม 1985 เขาจะต้องเดินจากกรุงโตเกียว สู่โอซาก้า โดยเที่ยวบินที่ 123 ของ Japan Airlines 747 เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นี้คือการขึ้นเครื่องบินครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขา...หลังจากที่ เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า..พลบค่ำวันนั้นเอง เมื่อนักบินรู้แล้วว่า เครื่องบินลำนี้มีปัญหา..แต่ก็สายไปเสียแล้ว..เมื่อคันบังคับไม่สามารถบังคับทิศทางอะไรได้เลย
สิ่งที่รออยู่ตรงหน้า คือ ภูเขา.. ซาคาโมโต้ หมดโอกาสแล้วที่จะลงไปจับไมค์ และ ไม่มีโอกาสบอกลาแฟนเพลงที่รอเขาอยู่ ...520 ศพ เสียชีวิตทันที จากการชนภูเขา นี้คือ หนึ่งในโศกนาฏกรรมแห่งประวัติศาสตร์การบินในประเทศญี่ปุ่น..ข่าวการตายของซาคาโมโต้แพร่สะพัดทั่วเกาะญี่ปุ่น..
..ในช่วงดึกของคืนวันนั้นเอง...เสียงเพลง สุกี้ยากี้ ก็ดังทั่วเกาะญี่ปุ่น พร้อมกับ เสียงผิวปากของนักร้องอารมณ์ดี " Sakamoto Kyu " ( 1941-1985 )

โดยส่วนตัว..ผมแปลไม่ออก ฟังไม่ออกหรอกครับ เพราะผมไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่ผมก็ยังชื่นชอบเพลงเหล่านี้อยู่ดี ผมชอบฟังทำนอง เพียงเท่านี้ก็เรียกว่า เพราะแล้ว..
เมื่อสามปีที่แล้ว ผมเคยถามเพื่อนสนิทชาวญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในวัยเดียวกันกับผม ว่า ยุคปัจจุบันนี้ เพลงสุกี้ยากี้ ยังเป็นที่รู้จักกันอยู่อีกหรือไม่ในญี่ปุ่น เธอตอบผมว่า เธอรู้จัก เพราะนักร้องคนนี้
ตายเพราะเครื่องบินชนภูเขา ซึ่งเป็นข่าวดังมากๆในญี่ปุ่น แต่เธอบอกว่า ตอนนั้น เธอยังเด็กมาก เพียงแต่เคยได้ยินพ่อของเธอเปิดเพลงนี้อยู่บ่อยๆ..

ออกญาเมืองตูร์

Sukiyaki (Japanese) - Sakamoto Kyu






Category:Other


สวัสดีครับทุกท่าน.. วันนี้ผมขอเปิดประเด็นในหัวข้อ " ขุดเพลงเก่า ขุนพลเพลงดัง "..ซึ่งวัยรุ่นยุคใหม่หลายๆคน คงไม่ได้สนใจอะไรกันนัก อีกทั้งกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เราลืมเพลงเหล่านี้ แต่อย่างว่า เพลงก็เสมือนภาษา จะไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่ จำต้องมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ

วันนี้..ผมในฐานะศิษย์ศิลปากร โบราณคดีรุ่น ๔๗ จะนำจอบ แล้วหอบเสียบ มาขุดคุ้ยถึงเหงาอดีตแห่งวันวาน เพื่อสืบสานตำนานเพลงลูกทุ่งไทย ให้เกริกก้องพสุธา...

เพลงลูกทุ่ง หรือที่คนสมัยก่อนเรียกเพลงเหล่านี้ว่า "เพลงตลาด" มีวิวัฒนาการมาจากเพลงพื้นบ้าน แถวๆ จังหวัดสุพรรณบุรี, ราชบุรี, อ่างทอง, สิงห์บุรี และ ชัยนาท หกสิบกว่าปีที่แล้ว ในจังหวัดเหล่านี้ เพลงเกี่ยวข้าว, อีแซว, ฉ่อย, เพลงเรือ, ลิเก เป็นทีนิยมกันมาก อีกทั้งในงานวัดงานบุญทั้งหลาย เขาจะมีการ " เชียร์รำวง " ซึ่งบทเพลงเหล่านี้นี่เอง ถือเป็นปฐมบทของเพลงลูกทุ่งไทยในยุคกว่าห้าสิบปีมีแล้ว

แน่นอนครับ พูดถึงเพลงลูกทุ่ง " สุรพล สมบัติเจริญ " คือ " ราชาเพลงลูกทุ่งไทย " เหตุมาจากการทำวงเงินได้มากที่สุด อีกทั้งเป็นนักร้องที่แต่งเพลงเอง ร้องเอง มีลูกศิษย์ลูกหา มากมาย หลายยุค เช่น "เมืองมนต์ สมบัติเจริญ" ( ดังสุดขีด ในเพลง "กลับเถิดเรียมจ๋า"), "ไพรวัลย์ ลูกเพชร" ( ดังในเพลง "คำเตือนของพี่"), "ผ่องศรี วรนุช" ( ราชินีเพลงลูกทุ่งคนแรกแห่งเมืองไทย และนักร้องคู่ขวัญของสุรพล ), " ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย " ในยุคหลัง เช่น " กังวาลไพร ลูกเพชร", "มนต์ไพร ลูกราชบุรี", " แทน นครปฐม ", " ละอองดาว สะกาวเดือน" ( นักร้องฝาแฝด) และอีกหลายต่อหลายคน

นอกจากวงดนตรีสุรพลแล้ว ในสมัยนั้นก็ยังมีวงดนตรีลูกทุ่งวงอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่มากมาย อาทิ " วงดนตรีจุฬารัตน์ " ของ "ครู มงคล อมาตยกุล" เป็นวงที่สามารถสร้างนักร้องชั้นนำให้เมืองไทยได้มากมายเช่นกัน อาทิ ปอง ปรีดา, ชาย เมืองสิงห์, สังข์ทอง สีใส, บุปผา สายชล เป็นต้น อีกทั้งยังมี "วงดนตรีรวมดาวกระจาย" ภายใต้การนำของ " ครูสำเนียง ม่วงทอง" ( ผู้ประพันธ์เพลง "ลืมไม่ลง" ให้สุรพล ร้อง), "วงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสริฐ", "วงดนตรีสมานมิตร เกิดกำแพง" ในวงนี้เอง มีนักร้องสามเสียง "แก้ว เบญจกาย" เป็นสมาชิกอยู่ในวง

ในช่วง พศ.๒๕๐๑-๒๕๑๐ เพลงลูกทุ่งได้รับความนิยมมากๆ โดยเฉพาำะในต่างจังหวัด แต่ทว่า การตายของสุรพล สมบัติเจริญ ในปี. พศ.๒๕๑๑ กลับทำให้วงการเพลงลูกทุ่งไทย ทวีความนิยมกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากวงดนตรีใหญ่ๆในยุคก่อนหน้านั้น นักร้องหลายคน ก็แยกวงออกมาเป็นอิสระบ้าง หรือจับมือกันไปตั้งวงเองก็มี...

ในวงการเพลงลูกทุ่งยุคเก่้าๆ จะมีการจัดเพลงออกมาเป็นหมวดหมู่

อาทิ ราชาเพลงลูกทุ่ง คือ สุรพล สมบัติเจริญ
ราชาเพลงรำวง คือ เบญจมินทร์ ( ตุ้มทอง โชคชนะ ผู้ที่เป็นแม่แบบ ของสุรพล เพราะสุ้มเสียงของทั้งคู่ เหมือนกันมาก ..เบญจมินทร์เป็นครูเพลงและประพันธ์เพลงให้กับ ทูล ทองใจ ขับร้องมากมาย ที่ดังสุดขีด คือ โปรดเถิดดวงใจ )
ราชาเพลงแหล่ คือ พร ภิรมณ์, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ
ราชาเพลงพูด คือ เพลิน พรหมแดน

เป็นต้น

แม้ว่า ผมจะเกิดไม่ทันในยุคสมัยดังกล่าว ทว่า ผมสนใจและหลงใหลกับเสียงเพลงเก่าๆ อาศัยหาซื้อเพลงเหล่านี้มาฟังเองบ้าง, อ่านเกร็ดประวัติของนักร้องแต่ละคนในอดีตบ้าง, อ่านจากหนังสือบ้าง, สอบถามคอเพลงเก่าๆที่เกิดในสมัยนั้นบ้าง ก็เลยนำประสบการณ์เหล่านี้มาบรรจงเขียนขึ้นเป็นตัวอักษร

เพราะรัก ผมจึงเขียน...

สันติ จันทกมล

( ผมเจอสามเพลงดังในอดีตที่พอจะเรียกวันเก่าๆ สำหรับใครหลายๆคนให้กลับมาได้
เพลงแรก "ลืมไม่ลง" โดย สุรพล สมบัติเจริญ
เพลงที่สอง " รักข้ามกำแพง" โดย สังข์ทอง สีใส
เพลงสุดท้าย "คุณนายโรงแรม" โดย ระพิน ภูไท )

ลืมไม่ลง - สุรพล สมบัติเจริญ



รักข้ามกำแพง - สังค์ทอง สีใส


คุณนายโรงแรม - ระพิน ภูไท

Category:Other

ขออนุญาติออกตัวก่อนครับ ว่า เมื่อกี้ผมเพิ่งเข้าไปดูในมัลติพลายของ คุณพี่ เล็กขา แล้วเผอิญพี่เขานำวิดีโอที่เกี่ยวกับเพลง เถียนมีมี่ ซึ่งขับร้องโดย เติ้ง ลี่ จวิน หรือ เทเรซ่า เตง
มาลงไว้ เลยทำให้ผมนึกถึง เถียนมีมี่ ที่ผมเคยนำมาลองดัดเนื้อเพลงเล่นๆ ไว้ตอนสมัยอยู่กรุงเทพคริสเตียน..ครั้งนี้ เพื่อความบันเทิงอย่างเดียวครับ อย่าไปคิดมาก..อิอิ

ก็ขอร่วมรำลึกถึงราชีนีเพลงจีนผู้วายชนม์ " เติ้ง ลี่ จวิน "...

เถียนมีมี่




เพลงแปลง โดย ออกญาเมืองตูร์ ทำนองเถียนมีมี่

" .. เรียนไม่ดี.. กลุ้มใจไยเรียนไม่ดี..
ทนทรมาน มานานนับสิบๆปี
แต่เรา ช่างเขลาสิ้นดี...
.. เรียนไม่ดี ทำอย่างไร ก็ไม่ได้ดี
ทั้งๆ ที่ พยายามมาจนถึงขั้นนี้
สุดท้าย ไม่เคยได้ดี...
โอ๊ยยย..อยากจบชีวี.
( สร้อย ) ไปชุบตัวเมืองนอก เขาบอกว่าหัวไม่ดี
เลยคิดมาก ติดมอร์ฟีน เฮโรอีน ยาอี
ไม่เอา...ไม่ดี.. วิธีนี้มันไม่ดี..
..เรียนไม่ดี กลุ้มใจ หัวเราไม่ดี
ทนทรมาน มานานก็เสียหลายปี
สุดท้าย ไม่เคยได้ดี...
แต่...เป็นคนดี.... "

ออกญาเมืองตูร์

( หมายเหตุ.. ในเนื้อเพลงที่ดัดเล่นๆนี้ ที่เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดนั้น ผมไม่เคยข้องแวะแต่อย่างใด แต่เพื่อให้เป็นไปตามฉันทลักษณ์ในการคล้องจอง เท่านั้น.. )

Category:Other
เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ไทยในแต่ละเรื่อง ที่ผมมีโอกาสได้ชมมา สิ่งนึงที่นอกเหนือจากโครงเรื่อง แล้ว ผมหวังอย่างมาก กับ "เพลงประกอบภาพยนตร์" ในเรื่องนั้นๆ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคอเพลงเก่า ผมจึงดูมันทั้ง หนังไทยยุคที่แล้วกับยุคปัจจุบันนี้ รวมทั้งสิ้น เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ร่วมร้อยกว่าเรื่อง
สำหรับเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยที่ผมชื่นชอบนั้น ที่เด่นๆเลย คือ

๑. ภาพยนตร์ เรื่อง " โทน " นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน: เพลง "โทน" ขับร้องโดย สังข์ทอง สีใส

๒. ภาพยนตร์ เรื่อง " มือปืน "นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี : เพลง " กล่อมเวไนย " ประพันธ์โดย พิเศษ สังข์สุวรรณ ขับร้องไม่ทราบนาม

๓. ภาพยนตร์ เรื่อง " กาลครั้งหนึ่ง..เมื่อเช้านี้ " นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ : เพลง " ใครหนอ " ซึ่งใช้เป็นเพลงจบของเรื่อง ขับร้องประสานเสียงโดย กลุ่มเด็กๆ และทำดนตรีเป็นจังหวะเร็ว ยอมรับเลยครับ ผมประทับใจฉากปิดของภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ( ผมกำลังตามหาภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ เพียงเพื่อต้องการจะฟังเพลงนี้)

หากพูดถึงภาพยนตร์ไทยรุ่นใหม่ๆ ที่ผมติดใจเป็นพิเศษ คือ

๔. ภาพนตร์เรื่อง " นายอโศก กับ นางสาวเพลินจิต " ในเพลง " หัวใจสลาย " ซึ่งเป็นเพลงที่เคยสร้างชื่อให้กับ เดอะ ฮอท เปปเปอร์

๕. ภาพยนตร์เรื่อง " กั๊กกะกาวน์ " ในเพลง " จะเก็บเธอไว้ในใจเสมอ " ในสายตาของผม เพลงนี้สามารถสร้างควา่มน่าใจหายให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ในระดับดีทีเดียว

๖. ภาพยนตร์เรื่อง " แฟนฉัน " ในเพลง " รักครั้งแรก " ของวงชาตรี และเำพลง " รักครั้งแรก " ของ สาว สาว สาว เมื่อพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ผมให้ไปเลย ห้าดาวครึ่ง สุดยอดของวงการภาพยนตร์ไทยจริงๆ นับตั้งแต่ เรื่อง ดารานักแสดง เห็นได้ชัดเลยว่า ไม่ได้ใช้นักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์เลยซักคน หากแต่เป็นกลุ่มเด็กๆกลุ่มนึง และก็อดีตนักแสดงเก่าๆ ในจุดนี้ เรียกว่า ในเรื่องเศรษฐศาสตร์ หนังเรื่องนี้ลงทุนไม่ถึงกับสูงนัก แต่ได้กำไรทะลุเป้า...
ในส่วนเรื่องเพลงประกอบภาพยนตร์นั้น ฉากที่คลาสสิคที่สุด คือ ฉากสุดท้าย ที่เจี๊ยบเดินเข้าไปสู่ห้องโถงที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน ถ้าพวกคุณสังเกตให้ดี ตอนที่พระเอกคนนี้ ทันทีที่เดินเข้าไปในงาน จะเริ่มบรรเลง เพลง " รักครั้งแรก " ของวง สาวสาวสาว ซึ่งในที่นี้ ตัวนักร้องที่ยืนอยู่บนเวทีเป็นผู้ขับร้อง เปรียบเสมือนว่า เจี๊ยบ ได้เดินกลับเข้าไปในอดีตของตน ฉากนี้ ซ่อนความเหงา ระคน ตื่นเต้น และแฝงไปด้วยความสุข ของตัวพระเอก... จนกระทั้งทั่งคู่ได้หันหน้ามาพบกัน ซี่งเนื้อเรื่องจะหยุดแค่นั้น แล้วตบด้วยเพลงจบ "รักครั้งแรก" ของวงชาตรี ทันที ในจุดนี้ ผมไม่แน่ใจครับว่าเป็นการจงใจของ หกผู้กำกับหรือไม่ แต่ เมื่อเพลงนี้ได้ถูกบรรเลงขึ้น พร้อมกับฉากต่างๆของ เจี๊ยบและน้อยหน่า ในวัยเด็ก ตรงนี้ต่างหากที่น่าสนใจ เพราะ ผมเชื่อเลยว่า เป็นฉากที่ " เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมให้หวนคิดถึงวันเ้ก่าๆของตน " รวมทั้ง ทั่งเพลงและฉาก สามารถ "สะกดผู้ชมให้อยู่ในภวังค์ของตน" ยิ่งถ้าผู้ชมคนไหน เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กับตัวเอกในเรื่อง ยิ่งดีเลย เพราะ ในระหว่างเพลงบรรเลง เชื่อแน่ คำถามในใจของผู้ชมทั้งหมด จะถามตนว่า " เอ๊..ตอนนี้ แฟนคนแรกเราอยู่ไหนละเนี่ย..แล้วถ้าเขามาดูหนังเรื่องนี้แล้ว...จะคิดถึงเราบ้างไหมน๊าา.." ก็ว่ากันไป..ละครับ

( ขออนุญาตินอกเรื่องนิดนึงครับ เมื่อพูดถึงภาพยนตร์แล้ว ทำให้ผมคิดถึง ละครเรื่องนึงในสมัยก่อน คือ " มัจจุราชฮอลิเดย์ " ซึ่ง ทูล หิรัญทรัพย์ แสดงนำ ไม่ทราบว่า มีใครพอจำเพลงไตเติ้ลของละครเรื่องนี้ได้ไหม จำได้แค่ว่า ชื่อเพลง มัจจุราชฮอลิเดย์ เช่นเดียวกับชื่อเรื่อง หากใครมี แบ่งปันกันซักที จะเป็นพระคุณอย่างสูง ครับกระผม ^^)


ออกญาเมืองตูร์

Category:Other

Dans "les parisiennes" avec Catherine Deneuve, Johnny Hallyday a chanté "Retiens la nuit". Pourtant, je viens de trouver , dans Youtube, cette version chantée par Claude François. C'est très rare. Pour moi, j'aime bien les chansons de Cloclo.
Quand Cloclo a chanté Retiens la nuit, qu'est-ce qui est arrivé ? C'est super !! Mais, c'est dommage. Dans cette fois, il n'y a pas de Clodette. ^^






ReviewReviewReviewReview ปารีส..รำลึก May 1, '08 9:18 PM
for everyone
Category:Other

สำหรับผม..กรุงปารีส เป็นอีกหนึ่งในสถานที่แห่งความทรงจำ นับตั้งแต่เด็ก ผมมีโอกาสตามพ่อแม่ มาเที่ยวที่ปารีสบ่อยๆ สืบเนื่องมาจาก แม่ผม มีเพื่อนรุ่นพี่ท่านนึงพำนักอยู่ ณ.ที่นั้น แต่จุดประสงค์หลักๆเลยของแม่ คือ ช๊อปปิ้ง !! นี่ คือ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้หญิง หากยามใด เหล่าอิสตรี หมายที่จะเดินเลือกซื้อของแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่...แต่นั้นแหละ..คือ จุดเริ่มต้นของผม

จากการเดินดูร้านค้าต่างๆของแม่ผม นับตั้งแต่ บูเลอวาร์ด โฮสมาน, ลาฟาแย็ต, ร้านแพลงตอง, ดิวตี้ฟรีต่างๆ นั่งรถไปจนถึง ชองเซลิเซ่ ทำให้ผมได้เห็น บรรยากาศในย่านต่างๆ ของกรุงปารีส อีกทั้ง เพื่อนของแม่ก็พาผมไปเที่ยว สถานที่สำคัญหลายๆแห่ง เช่น พระราชวังฟงแตนโบล, พระราชวังแวร์ซาย รวมถึงไฮไลท์ต่างๆ ในปารีส เสียแค่ตอนนั้น ยังเล็กอยู่มาก เลยไม่ได้ซึบซับอะไรมากเท่าที่ควร แต่ก็เพราะ การไปปารีส สองปีครั้งบ้าง สลับกับ สามปีครั้งบ้าง เลยทำให้ผมเริ่มอยากบินเดี่ยว !!

ตอนปิดเทอมปีสอง เข้าสู่ปีสามที่ศิลปากร แม่ อนุมัติให้ผม โชว์เดี่ยวที่ปารีีสได้ดั่งที่ใจมุ่งหมายไว้ ในขณะนั้นผมเองก็เรียนภาษาฝรั่งเศสอยู่ แม่เลยตัดสินใจว่า ไหนๆก็จะไปแล้ว ก็ให้ผมเรียนภาษาที่นู้นซักเดือนนึงไปเลย ถือเป็นการชิมลางไปในตัว ผมเลยจัดการ ติดต่อสถาบันสอนภาษาที่ปารีส รวมถึงที่พักด้วยตนเอง (เหตุเพราะ พ่อกับแม่ ไม่้เป็นภาษาฝรั่งเศส ได้แค่อังกฤษและจีนกลาง )

ห้าสัปดาห์เต็มๆ ในกรุงปารีส ที่ ผมแรค เฮ้ยย !! ที่ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ทั้งทางด้านภาษาฝรั่งเศส และ การได้ท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ และที่สำคัญ คือ การได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวให้สนุก !!

สัปดาห์แรกที่ไปถึง ไม่น่าเชื่อ.. ผมแทบคลั่ง เพราะผมไปมีปัญหากับ Famille d'accueil หรือ โฮส นั้นเอง เหตุเพราะความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม และการที่เจ้าบ้านตั้งแง่กับผม ตอนเช้าถึงกลางวัน ไปเรียน ยังลืมความเครียดๆได้ หลังจากนั้นก็เที่ยวไปจนถึง เย็นๆ พอกลับมาที่พัก เรียกว่า เครียดตั้งแต่ เดินเข้่าที่พักเขาแล้ว ตลอดเวลาที่เจอหน้ากัน แดกดันตลอด.. ไม่รู้ไปเกลียดอะไรกันมาแต่ชาติปางก่อน ระหว่างผมกับตัวเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชาย..มารู้ทีหลัง จากเพื่อนชาวเม็กซิกันที่อยู่ในบ้านของเขา ว่า ที่จริงอะ เขามี ภรรยาเป็นชาวลาว แต่อีท่าไหนไม่รู้ ภรรยาก็หนีจากเขาไป ...ผมถึงบางอ้อ..อ๋อ..... มิน่าละ ชอบเหมาว่า เอเชียอย่างนู้น เอเชียอย่างนี้.. เอาละ..เมื่อเราเป็นได้แค่ทีมเยือนมาอาศัยเขาอยู่ สู้แยกออกมาหาโรงแีรมเล็กๆ อยู่เองคนเดียวดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะ..

ผมตัดสินใจบอกเจ้าของบ้านว่า ผมขอ ออกไปหาที่อยู่เิองดีกว่า แล้วขอเงินที่เหลือคืน เขาก็จำใจให้อย่างเสียมิได้...ผมลากกระเป๋าออกมา ราวกับ พจมาน เดินออกจากบ้านทรายทอง.... สุดท้าย ไปได้โรงแรมเล็กๆ บริเวรย่าน 14 แถวๆ Métro Plaisance ตกลงราคากันได้ลงตัว เลยไม่มีปัญหา และนั้นคือ จุดเริ่มต้นแห่งความมันส์..

พอเปิดมาสัปดาห์ที่สอง ในสถาบันสอนภาษา เริ่มสนิทกับเพื่อนๆที่อยู่ในห้องเดียวกัน เป็นชาว สเปน,เม็กซิโก,ญี่ปุ่น,อังกฤษ เรียกว่า ผู้ชายแทบจะยกห้อง..บอกได้คำเดียว
สนุกครับ... เพราะ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้น จะมีแค่เพื่อนต่างวัย ชายชาวสเปนอายุปาเข้าไป 55 เขาผู้นี้ละ ชื่อ Santiago และกับการที่ชื่อของผมไปพ้องกับของเขา ( Santi ) เลยทำให้ต่างฝ่ายจำชื่อกันได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งผมสนใจในวัฒนธรรมการแข่งวัวกระทิงในสเปน เลยทำให้ผมกับเขา คุยกันถูกคอ ..
นี้คือ ส่วนหนึ่งในความสนุกที่ผมไม่เคยลืมเลย ในชั้นเรียนครั้งนั้น ..

หลังจากเรียนเสร็จ ช่วงบ่าย ผมจะตระเวณไปในสถานที่ต่างๆคนเดียว เพื่อจะเก็บแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด ไปมันเกือบจะทุกที่ ตั้งแต่ Louvre, Orsay, Guimet, Notre-Dame, Conciergerie, Panthéon, Musée de l'armée, L'arc de triomphe , etc แต่ที่เด็ดที่่สุด ต้องที่ Sacré-Coeur, Montmatre สองที่ ที่กล่าวมา ก็สวยดี แต่ พอเดินลงมาข้างล่างที่ติดกับถนนเนี่ยละ ทีเด็ด !!

ชาวปารีส จะรู้จักย่านนี้ว่า Picalle ตรงนี้เทียบเท่า ย่านโลกีย์ที่ยิ่งใหญ่ในปาีรีส..ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดกันน๊าาาา..ฮะๆ เผอิญมันเป็นทางที่ต้องผ่านไปลง รถไฟใต้ดินอะ บริเวณนี้นะ มันจะมีึ ตั้งแต่ เซ็กส์ช็อป, ซ่อง, บาร์ที่โชว์กันแบบจะจะ รวมถึง มูแลง รูช ที่ทุกคนคงรู้จัก ผมกำลังเดินๆอยู่เพื่อที่จะรีบไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ทันใดนั้น !! มีผู้ชาย กระชากแขนผมเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง ไม่ทันที่ผมจะพูด เขาเปิดฉากพูดขึ้นมาก่อนว่า " เอาละ สหาย.. ครั้งละ สามสิบ ยูโร " พอพูดเสร็จปุ๊บ เขาไปตาม สาวๆฝรั่งเศสที่อยู่ด้านใน มาประมาณห้า หก คน แต่ละนาง อยู่ในชุดนุ่งน้อย ห่มน้อย ทรวดทรงองค์เอว โอ้ แม่เจ้า..^^
" คุณสนใจใคร เชิญ.." ยังไม่เท่านั้น เหล่าสา่วเจ้า วิ่งเข้ามาเกาะแขนผม พร้อมกับทั้งเบียดทั้งสี เฮ้ยยยยยย..ผมคิดในใจ ว่า " สันติ อย่าๆๆ เอดส์ นะมึง อย่าๆๆ เย็นไว้ ยุบหนอ พองหนอ..." ผมบอกตัดทันที ว่า " ผมจะกลับแล้ว" มีสาวผมบรอนนางนึง ตามมาจับแขนผม แล้วบอกว่า " ไปเป็นเพื่อน เอาไหม.." กว่าผมจะออกมาได้.. ผมคิดถึงแต่ พุทธโธๆๆ อย่างเดียว ต้องไม่ใจอ่อนเด็ดขาด มิเช่นนั้น อาจจะเสียใจไปตลอดชีพ.. ฮะๆๆ เล่นเอาผม ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ผับผ่า สิ เฮ้อ..วันนั้นเลยต้องไปนั่งสงบจิตใจ ที่ Musée de l'érotisme เฮ้ยยย ไม่ใช่ ที่ Musée du Louvre ต่างหาก แฮะๆ ^^'

เอาละ..กลับมาเรื่องเรียนภาษาต่อ สองสัปดาห์สุดท้าย ในห้อง ครู ให้ฟังเพลงฝรั่งเศสเพลงนึง ชื่อ Champs Elysées ขับร้องโดย Joe Dassin ซึ่งเพื่อนๆในคลาส ต่างรู้ว่า ผมชอบเพลงนี้มากๆ ครูสอนภาษา เลยฝึกให้ทั้งห้องร้องเพลงนี้กันให้ได้ทุกคน...จนถึงวันสุดท้ายของผม ในวันนั้น มีผมคนเดียวที่จะเตรียมตัวกลับแล้ว ส่วนเพื่อนคนอื่นก็ยังเรียนต่อ บางคนเพิ่งมาถึงเพียงอาทิตย์เดียวเอง..

ผมเดินเข้าไปจับมือลา เพื่อนๆทุกคน รวมทั้งครูในคลาส ..แต่มีเซอร์ไพรส์ ตรงที่ คุณ Santiago นำกีต้าร์มาด้วยในวันนั้น แล้วบอกเพื่อนๆในห้องว่า " วันนี้ สันติของพวกเราจะต้องไปแล้ว ฉะนั้น ก่อนสันติไป พวกเรามีเพลงจะร้องให้สันติฟัง.."
ต้องบอกเลยครับว่า ผมประทับใจเพื่อนต่างวัยชาวสเปนผู้นี้มากๆ เขาร้องเพลง Champs Elysées พร้อมกับเพื่อนๆทุกคน รวมถึงครูสอนภาษา เป็นการส่งผม.... เป็นครั้งแรกที่ ผมยืนค้างอยู่กับที่..ผมยิ้มไม่ออก ครูสอนภาษาแอบไปเขียนที่กระดานว่า Au revoir, Santi.. และเดินมาบอกผมว่า "ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ ขอให้คุณคิดถึง ปารีส..."


ออกญาเมืองตูร์



Category:Other


ในช่วงระหว่างปี 1960-1970 เรียกได้ว่าเป็น "ยุคทอง" ของวงการเพลงทั่วโลก ในอเมริกา "เอลวิส เพรสลีย์ "กินขาดในช่วงต้นๆทวศวรรษ 60 ..ในเวลาใกล้เคียงกัน ณ.แดนปลาดิบ "ซาคาโมโต้ เคียว" เจ้าของบทเพลงดัง สุกี้ยากี้ ทำให้ทั้งโลกได้ประจักษ์ถึงเพลงญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกๆ ข้ามมายังเกาะอังกฤษในช่วงปลายๆยุคซิกตี้ คงไม่มีวงดนตรีไหนเกิน "สี่เต่าทอง " ..ส่วนพี่ไทยของเรา ในช่วงนั้น เพลงลูกทุ่งมาแรงแซงโค้ง ส่งผลให้ " สุรพล สมบัติเจริญ " เป็นดาวค้างฟ้า...

แต่เมื่อพูดถึงเพลงในประเทศฝรั่งเศส ชาวไทยหลายๆคนไม่ค่อยรู้จักกันซักเท่าไหร่นัก แต่ทว่า ในยุคนั้น นักร้องฝรั่งเศสหลายต่อหลายคน โด่งดังติดอันดับในทวีปยุโรป ถึงแม้ความดังจะสู้ สี่เต่าทองแห่งเกาะอังกฤษไม่ได้ก็ตามที ..วันนี้ ผมเจอ เทปบันทึกการแสดงสด ของ นักร้องสาวพราวเสน่ห์ ชาวฝรั่งเศส (ในยุคนั้น) Sylvie Vartan
ในบทเพลงอันโด่งดังสุดขีด La plus belle pour aller danser.. (ช่วงปี 1962-1964) เพลงนี้ จะว่าไปแล้ว เด่นที่ทำนอง ทำให้ นักร้องนานาประเทศ ยืมทำนองไปร้องซะเอง อาทิ ใน แคนาดา, ญี่ปุ่น ก็มี..



Category:Other

เหล่าลูกเสือ (เฒ่า) ทั้งหลาย อดีตยุวกาชาติ หรือ อดีตเนตรนารี ก็ดี
มาฟังเพลงนี้ให้ชื่นฤทัย ซักเพลง จะเป็นไร...
ผมจำได้อย่างแม่นยำ ว่า การออกค่ายพักแรมครั้งแรกสุด
เกิดขึ้น เมื่อตอนประถมศึกษาปีที่ห้า ที่ " ค่ายวชิราวุธ" จ.ชลบุรี
สิ่งที่ผมชอบที่สุด คือ " ละครรอบกองไฟ" อีกทั้งเสียงเพลง ตอนเปิดค่ายลูกเสือ..

" เพลง วชิราวุธรำลึก "

วชิราวุธพระมงกุฎเกล้า เจ้าประชา
ก่อกำเนิดลูกเสือมา ข้าเลื่อมใส
พวกเราลูกเสือ เชื้อชาติไทย
เทิดเกียรติพระองค์ไว้ ด้วยภักดี
ลูกเสือรำลึก นึก พระคุณ เทิดบูชา
ปฏิญาณรักกษัตริย์ ชาติ ศาสน์ศรี
มาเถิดลูกเสือ สร้างความดี
เพื่อศักดิ์ศรีลูกเสือไทย ดั่งใจปอง




Category:Other

สิ่งนึงที่ผมอยากจะบอกพวกคุณ......

โดยผ่านบทเพลงนี้ ...



หากมัลติพลายเปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนที่ผมรู้จักไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่
ทุกคน คือ เพื่อนบ้านของผม ครับ ^^

ออกญาเมืองตูร์


Category:Other

Tag ครับ ^^ ได้รับเกียรติจากคุณยิ้ม โบราณคดีจากเกาะอังกฤษ

1. ชื่อเล่น : แชมป์ ครับ สืบเนื่องมาจาก หม่อมแม่ ปรารถนาให้ลูกชายสุดที่รักคนนี้ เป็น"หนึ่ง"ในตองอู เป็น "เอก"ในสายงานที่ต้องทำ เป็น " เบอร์หนึ่ง " ซึ่งจะไม่มีสอง ฉะนั้น จากชื่อเล่นนี้ ทำให้ผม ไม่นิยมเดินทางสายกลาง ยามจะดี ต้องดีที่สุด ยามทำอะไร ต้องถึงที่สุด รักใคร ก็ต้องรักให้ที่สุด อิอิ จริงๆน๊า แต่ผม "ไม่" เคยเกลียดใครที่สุด เพราะผมก็นิยมความสงบเช่นกัน เหตุเพราะ ชื่อจริง คือ " สันติ "

2. ลืมตาดูโลก : เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พศ.2525 สำหรับวันนี้ ผมมักจะคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่า เป็นวันที่ คนทั้งโลกฉลองให้กับ ชาว 31 ธันวา อย่างผม และเพราะเป็นการส่งท้ายปีเก่า ผมเกิดมา จึงนิยมแต่ ของ เก่าๆ ฟังเพลงยุคเก่าๆ จึงเป็นเหตุให้ มาเรียนที่ คณะโบราณคดี ศิลปากร หมายเหตุ วันเกิดของผม จำง่ายที่สุดในโลก

3. มีพี่น้องไหม : ไม่มีครับ ดีแล้ว ไม่มีใครมาแย่งมรดก ฮะๆๆๆๆๆๆๆ

4. สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ : อ่านหนังสือ ครับ หลายๆแนวเลยละ อาทิ ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ศิลปะ ( โดยเฉพาะศิลปะไทย), โบราณคดี, แต่งเรื่องสั้น, แต่งบทละครสั้น, แต่งกลอน, สะสมเพลงลูกทุ่งยุค ๕๐ ปีที่แล้ว, สะสมเพลงเก่าๆที่หาฟังยาก ทั้งไทยและเทศ , ภาษาฝรั่งเศส, ประมวลกฏหมายอาญาและประมวลวิธีพิจารณาคดีความอาญาของประเทศฝรั่งเศส, ภาพยนตร์ไทย ทั้งยุคเก่าและใหม่, ภาพยนตร์จีน

5. สิ่งที่เกลียด : ตะขาบ ครับ สยองมากๆ หากพูดถึงคนหรอ ก็คือ คนที่ชอบดูถูกฝันของผู้อื่น, คนโอหัง ไม่รู้จักกาลเทศะ , พวกปีนเกลียว ( ผมมันพวกโสตัส หรือ เรียกกันง่ายๆว่า ระบบ อาวุโสราธิปไตย )

6. สัตว์เลี้ยง : ตอนมัธยม เลี้ยงหนูแกสบี้ แต่ตอนนี้ ไม่ได้เลี้ยงอะไรแล้ว

7. เครื่องดื่มที่ชอบ : โค๊ก ครับ..ลองลงมา คือ ชาฝรั่ง นี้ละ แต่ที่ติดน๊า คือ ชาแขกรสมินท์ อร่อยมากๆ

8. อาหารที่ชอบ : โอ้โห.. คำถามนี่ยาก เพราะชอบทานทุกอย่าง อาทิ เช่น ข้าวผัดหมู, ข้าวผัดอเมริกัน, ข้าวราดแกง, ข้างขาหมู, ข้าวมันไก่, ข้าวซอยเชียงใหม่, น้ำตก, ปลาคังลวก(สุพรรณบุรี), ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย, ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา, ไก่ย่างวิเชียรบุรี ฮะๆๆๆๆ เบื่ออาหารฝรั่งมากๆ ไม่สะใจเท่ากับอาหารไทย หรอก

9. สีที่ชอบ : สีเขียว ครับ ชอบมากๆ เชื่อไหมว่า ตอน ม.๓ อยากเรียน คณะวนศาสตร์ ม.เกษตร เหตุเพราะ ป่าไม้สีเขียวขจี อิอิ

10. งานอดิเรก : อ่านหนังสือ อ่านตำรา , เขียนเรื่องสั้น

11. ปมด้อย มีไหม : ไม่มี เพราะผมนำปมด้อย มาร้อยเป็น "ปมเด่น" ไปแล้ว ฮะๆ ทั้ง เสียง ทั้งหน้า ท่าทาง บุคลิก ของแบบนี้ พ่อ แม่ ให้มา อายทำไม.. ยางอาย อะ อย่ามี !!

12. ชอบแต่งตัวแนวไหน : บูติก ครับ อิอิ เริ่มมาจากสมัยมหาลัยใส่ชุดนักศึกษาทุกวัน จึงมีวิวัฒนาการไปทาง แนว บูติกนิยม แต่ที่อยากลองแล้วยังไม่ได้ลอง คือ อยากใส่ กางเกงขาบาน อะ แบบย้อนยุคๆ ฮะๆๆๆๆ

13. นาฬิกา ที่ใส่ : Tag Heuer ไม่ได้เป็นพวกวัตถุนิยมนะครับ แต่ พ่อของผมให้มา ก่อนเข้าศิลปากร ใส่ตั้งแต่ ปีหนึ่ง จนมา เรียนฝรั่งเศส นับได้ประมาณ 7-8 ปีแล้วครับ เรือนนี้ รักมาก.. จะใช้จนมันพังไปข้าง ถ้าไม่พัง อย่าหวังว่าผมจะเปลี่ยน..

14. เพลงไหนที่สื่อความเป็นตัวเอง : อืมมม ผมฟังมาเป็นพันๆกว่าเพลง แต่หาไม่เจอสักเพลง สงสัย คงต้องไปขอ เพลงประกอบรายการ ขนหัวลุก มายืมซะแล้ว ฮะๆๆ

15. กิจวัตรประจำวัน : ตื่นนอน, อาบน้ำแปลงฟัน, ทานข้าว,อ่านตำรา,เช็คเมล, ถ้าชิวๆวันไหนก็ไปเดินเล่น, กลับมา ก็อ่านตำรา เชคเมล อ่านตำรา สลับกันไปจนเข้านอน..

16. มีแฟนยัง : อดีตเคยมี ปัจจุบันนี้ เสรีภาพ อิสระภาพ ยังคงอยู่กับตัวผม อิอิิ.. ยังโสด คร๊าบบบบบบ

17. ถ้าเลือกได้ อยากมีแฟนหน้าตาแบบไหน : คำถามนี้ ฮะๆๆ ถามมาได้ อืม.. ขอ " นิสัย ใจคอ " พอแล้ว..

18. แล้วถ้าให้พาบุคคลข้อ 17 ไปเดทหนึ่งวัน จะพาไปไหน ไปทำอะำไรบ้าง : หนึ่งวันในที่นี้ขอตีความ เป็น 24 ชั่วโมงแล้วกัน

ถ้าอยู่ในไทย ช่วงสายๆใกล้เที่ยง หาร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนแถวๆ ชิดลม หรือไม่ก็ ร้านอาหารที่บรรยากาศดีๆ แถวๆ สุขุมวิท 24 หรือไม่ก็ทองหล่อ หลังจากนั้น ขับรถออกไป ชะอำ ..ไปทะเล ขึ้นไปไหว้่เขาวัง พระนครคีรี ...เที่ยวชม พระราชวังบ้านปืน ไม่ก็ พระราชวังไกลกังวล ( ขอแนะนำครับ มื้อค่ำ ควรไปที่ ห้องอาหารของโรงแรม สายลม ที่หัวหิน มีชื่อมากครับ เพราะ เป็นร้านอาหารในตัวโรงแรม ตั้งอยู่ติดริมชายหาดเลย สุดยอดแห่งความโรแมนติกครับ )

19. หน้าเหมือนใคร : อืมมม..เหมือนแม่ ครับ

21. ถ้าตกหลุมรักใครคนนึง จะบอกรักเขาอย่างไง : เออ.. เอาจิงๆใช่ไหม ถ้าชอบ ต่อให้นานแค่ไหน สุดท้ายผมก็หาจังหวะและโอกาสบอกต่อหน้าคนนั้นเลย

22. ห้องที่ไปบ่อยที่สุดในเน็ท : ก็เว็ปรุ่นโบราณคดี รุ่น ๔๗ ของพวกผม นี่ละครับ เด็กโบราณ สุดท้ายไม่รู้ไปทางไหน ก็กลับมารวมตัวกัน

23. คนที่มาเยี่ยมบ่อยๆ มีใครบ้างในมัลติพลาย : อย่างแรกต้อง ขอบพระคุณทุกคนเลยครับ ที่เข้ามาเยี่ยมกระผม มีเข้ามาบ่อยๆไม่ขาดหลายรายเลยทีเดียว และยินดี ที่ได้รู้จักทุกคนเลยครับ.. อยากจะบอกทุกคนว่า ขอให้ได้แฟนหล่อๆสวยๆกันถ้วนหน้านะครับ ^^


ออกญาเมืองตูร์


Category:Other

วันนี้เพิ่งเจอเพลง รักโลกาภิวัฒน์ ที่ ชาคริต ร้อง เพื่อใช้เป็นเพลงจบของ ภาพยนตร์เรื่อง "รักออกแบบไม่ได้" ...

อีกทั้งเผอิญ เห็นภาพของเพื่อนๆ เลยขอซักหน่อย จึงเปลี่ยนชื่อ จากกรุ๊ป โอเนกกาทีฟ เป็น " กรุ๊ป โอ เซนส์ซีิทิฟ " ฮะๆ...




Category:Other


เพลงเพราะดีครับ ^^ พวกผู้หญิงอาจจะไม่รู้
แต่ พวกผู้ชาย ไม่รู้ไม่ได้ ฮะๆๆๆๆ
จะไม่มีใคร รักเพลงนี้เท่าผมอีกแล้ววววว

ออกญาเมืองตูร์






ReviewReviewReviewReview ...วนาลี แห่งนี้...Mar 21, '08 11:19 PM
for everyone
Category:Other
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร เรื่อง " วนาลี " ( ประมาณปี พศ.๒๕๓๓, ศรัญญู วงศ์กระจ่าง แสดงนำ ) เดิมเพลงนี้ รู้จักกันในชื่อ เพลง " วนาสวาท " ซึ่งถูกขับร้องมาหลายยุค หลายสมัย..

เป็นเพลงคู่ ที่แสนจะี่คลาสสิค .. ในไทย เวลาผมขับรถคนเดียว ก็จะชอบฟังเพลงนี้..
ตอนเด็กๆ หัดร้องเพลง ก็ใช้เพลงนี้ เป็นแบบฝึกหัด ฮะๆ.. เสียอย่างเดียวเท่านั้น ยังหาคนร้องคู่ด้วยไม่พบ ^^'







Category:Other

" โอ้ จันทรา ฟ้าสลัว มืดมัวมิด
คร่ำครวญคิด จิตไตร่ตรอง หมายครองเมือง
บ๊ะ !! เร็วเข้า เอาปืนใหญ่ ใส่ดินดำ เล็งชำเลือง
ยืงใส่เมือง หายเคืองขุ่น ว้าวุ่นใจ...

ปล้น จี้ ฆ่า ล่าเงินตรา หาสมบัติ
ใครขืนขัด ประหัตหาร ผลาญบรรลัย
รีบตีฆ้อง รัวลั่นกลอง ประลองชัย
เชิญเทพไท้ ใต้สมุทร เป็นพยาน...

ข้าคนเถื่อน เพื่อนคนถ่อย มิถอยแน่
ข้าจะแล่ แค่จะล่า หาสมบัติพัสถาน
จะปล้นยา ลักเงินตรา ชิงอาหาร
นำกลับบ้าน ให้มารดา ข้าได้กิน..."


ออกญาเมืองตูร์





© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help