Do you know Santi?
Become his contact
Who is on Multiply?
Find your friends
Want to learn more?
Take the Tour
Already a Member?
Sign In
Santi's Site
Home
Blog
Photos
Video
Music
Reviews
Links
ครั้งนี้..ไม่มีชื่อเรื่อง
May 8, '08 11:38 PM
for everyone
สวัสดีครับทุกคน... อย่างแรกเลยเนี่ย ผมต้องขอขอบพระคุณทุกๆคนเลยนะครับ ทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ที่เจียดเวลาเข้ามาอ่านเรื่องสั้นบ้างยาวบ้างของผม ผมก็ไม่รู้ว่าจะจัดเรื่องต่างๆที่ผมเขียนไว้อยู่ในหมวดไหน เรื่องสั้น หรือ บทละคร หรือ นิทาน จะอะไรก็แล้วแต่.. มันคงเป็น " กรรม ของ วรรณกรรม " ที่ไม่มีหมวดให้เรื่องพวกนี้อาศัยอยู่ และมันคงเป็น " กรรมเก่า ของ วรรณกรรม ที่ตัวผมนึกคึกลองเขียนเรื่องเหล่านี้ดู "...
ส่วนเรื่องนามปากกา เคยมีเพื่อนๆบางคน ถามผมมานานแล้วว่า ทำไมต้องเป็น
" ออกญาเมืองตูร์ "
บางคนสงสัย ว่า เอ๊ะ..ไอ้เมืองตูร์ นี่มันอยู่ที่ไหน ไม่ค่อยคุ้นหูเสียเท่าไหร่ บางคนคิดว่า เมืองนี้อยู่ในพม่าก็มี แต่แท้ที่จริงแล้ว เมืองตูร์ อยู่ในประเทศฝรั่งเศส ผมเอาชื่อนี้มาต่้อท้าย เพราะ เป็นเมืองที่ผมเรียนอยู่ ส่วนคำว่า ออกญา นั้น ทุกคนทราบอยู่แล้วว่า เป็นตำแหน่งของขุนนางไทยในสมัยก่อน การที่ผมนำคำว่า ออกญา มาใช้ ขวาจัดบางคนรับไม่ได้ บางคนก็คิดไปโน้นว่า
" เฮ้ย ไอ้แว่น มึงช่างบังอาจนัก ดีแต่เป็นเพียง ไพร่ธรรมดาสามัญ ริอาจใฝ่สูง ช่างไม่เจียมกะลาหัวเสียเลย เฮ้ยยยย ทหาร เอามันไปกุดคอ !!! "
แต่ในความเป็นจริงนั้น มิใช่อย่างที่กล่าวมาเลย เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมต้องการ หาสัญลักษณ์อะไรซักอย่างที่ กล่าวออกมาเพียงครั้งเดียว แล้วทุกคนจะคิดถึงแนวประวัติศาสตร์โบราณคดี เหตุเพราะผมจบมาจากคณะโบราณคดี ศิลปากร คิดไปคิดมา " ออกญา " ดีที่สุด เพราะบรรยากาศในคณะ หลายคนต่างมีฉายาสนุก ซึี่่งบางคนใช้เป็นนามปากกา เห็นรุ่นพี่ๆ เขียนบทความแซวกันเอง เขาใช้ สมิง นำหน้าชื่อบ้างละ ออกญา บ้างละ ขุน, พัน, พระ, จมื่น โอยยย..สารพัดที่เขาจะคิดกัน (แต่จะไม่ตามด้วยชื่อไทยนะครับ เป็นชื่อสนุกๆ เพราะเราทุกคน ต่างเกรงว่าถ้าตามด้วยชื่อไทย อาจจะไปตรงกับ ขุนนางซักท่านในอดีตก็เป็นได้ เลยหลีกเลี่ยงกัน ) โดยเฉพาะตอนเรื่อง สุริโยทัย เข้าโรงภาพยนตร์ครั้งแรก แทบจะบ้ากันทั้งคณะ แห่กันไปดูเลย..
กะแรกจะใช้ " สมิงเมืองตูร์ " แต่คิดไปคิดมา คนทุกคน จะเข้าใจกันว่า เป็น เสือ เพราะคำว่า เสือสมิง แต่ในที่นี้ สมิง คือคำเรียกชาวมอญ พวกคุณลองไปอ่านเรื่อง ราชาธิราช ดูสิครับ คงพอจะนึกภาพกันออก
ก็เลย ลองมา ใช่้คำว่า " ออกญาเมืองตูร์ "...ฟังๆแล้ว เออ ดีกว่าชื่อแรกหน่อย ใครฟังแล้วไม่รู้ ก็จะพาซื่อคิดกันไปว่า เมืองตูร์ มีเจ้าเมืองด้วย ฮะๆๆ
ในส่วนที่เกี่ยวกับ เรื่องสั้นเชิงบทละครของผม นั้น ผมเองไปจำลักษณะ "การแสดงละครเวที" ตอนนั้น ผมเรียนอยู่ืั้ที่กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ช่วง ม.ต้น ผมลองไปฝึกการเต้นและการแสดงแถวๆชิดลม (ปัจจุบันย้ายไปที่อื่นแล้ว) เลยได้มีโอกาส บนเวทีของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จำได้ไม่เคยลืม บทแรกของชีวิต เป็น " ลูกนก " ตอนนั้น ในคลาสมีเด็กอย่างผมกันอยู่ห้าคน เขาก็มาเอาพวกเราห้าคน ไปเป็น ลูกนก กันทุกคน ฮะๆๆ จำชื่อละครเวทีไม่ได้แล้ว แต่มีนักแสดงมาร่วมเล่นกันสาม สี่ คน ( จำไม่ได้ว่าใครบ้าง ) แต่ที่ประทับใจที่สุด คือ พระองค์เจ้าโสมสวลี เสด็จทอดพระเนตรการแสดงรอบแรกด้วย แต่ที่ผมเห็นจากการซ้อมละครเวที เท่าที่พอจะจำภาพได้รางๆอยู่ คือ เรื่องของการสื่ออารมณ์ สำคัญที่สุด ละครเวที เป็นสามมิติ (ซึ่งผิดกับหนัง เพราะเป็นสองมิติ ) ผมจึงพยายาม "เขียนเรื่องและบทพูด แล้วนำเพลงเข้ามากระตุ้นความรู้สึกของผู้อ่านไปในตัว ไม่รู้ว่าพวกท่านจะหนวกหู หรือ ปิดเพลง ตอนอ่านเรื่องสั้นของผมรึป่าว ฮะๆ" ในจุดนี้ ยอมรับครับว่า
การใช้เพลง ผมก็นำรูปแบบอย่างนี้มาจากละครเวที เพราะ เพลงสามารถทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย แต่ไม่รู้ว่า พวกท่านจะว่าเช่นไร เมื่อใช้เพลงพร้อมกับงานเขียน มันเหมือนขัดๆกันอยู่ เพราะเวลาอ่านบางครั้งก็ต้องการสมาธิ ในเรื่องเพลง มันก็สามารถ ทำให้เปิดบรรเลงไปทั้งเรื่อง แต่หลายครั้ง ผมอยากจะใช้เพลง กับบางตอนที่ผมเขียนเท่านั้น แต่จุดนี้ มันเกินความสามารถครับ เพราะงานเขียน มันไม่ใช่การแสดง ที่จะเลือกได้ว่า ฉากไหน หรือ ตอนไหน เพลงจะขึ้นมาประกอบได้
หลังจากที่ได้ลองเข้ามามีส่วนร่วมกับละครเวทในครั้งนั้นีแล้ว ก็ร้างไปนานเลย จนกระทั่งในช่วงปีสาม ปีสี่ ที่ศิลปากร คราวนี้ได้มาสัมผัสกับละเวทีอีก แต่ในฐานะ "ผู้ชม"... พูดถึงละครเวที ผมว่า มันได้ลุ้น มันระทึก ตรงที่ ถ้าสมมุติ เราเป็นตัวตลก เราจะทำอย่างไงให้คนดูหัวเราะให้ได้ บางครั้งใช้มุขนี้ รอบเช้า คนดูหัวเราะชอบใจกันใหญ่ แต่พอใช้มุขนี้อีกครั้งในรอบบ่าย แป๊ก !! หรือไม่ก็ ถ้าเกิดเล่นๆกันอยู่บนเวที แล้วลืมบทมั้ง หรือไม่ก็พลาดอะไรซักอย่าง จะต้องหาวิธีเดี๋ยวนั้นในการแก้ปัญหา และแสร้งทำเป็นว่า นี้คือ "การจงใจของผู้เล่น" ในจุดนี้ ผมยังพอจะจำสิ่งที่ ผู้ช่วยผู้ฝึกการแสดง บอกแก่เด็กๆอย่างพวกผมในตอนนั้นได้ ว่า " เวลาถ้าอยู่บนเวทีนะ แล้วมันเกิดมีอะไรผิดพลาด เช่น พวกลูกนก วิ่งอยู่ดีๆ หากมีคนไหนสะดุดเท้าตัวเองหกล้มไป อย่าเหวอ ให้ทำเป็นนั่งร้องไห้ ไปเลย เอาปีก (ชุดของพวกลูกนก) มาทำเป็นซับน้ำตา แล้วเดี๋ยวแม่นก จะมาทำเป็นปลอบ แล้วเล่นต่อฉากนั้นให้จบไปเลย.."
ผมมาได้ความรู้เพิ่มเติมทางด้านการแสดงละครเวที หรือ Théâtre ที่ฝรั่งเศส ตอนช่วงที่เรียนภาษา ก่อนที่จะเข้าคณะกฏหมาย ที่ศูนย์ภาษามหาวิทยาลัย จำเป็นต้องเลือก วิชาเลือก ตอนนั้น ก็เลือกไปเรียนกฏหมาย กับ เศรษฐศาสตร์ แล้ว เหลืออยู่อีกตัว ผมก็เลยลองเลือก การแสดงละครเวทีดู คนสอน ก็คือ คนฝรั่งเศสที่เล่นละครเวทีให้กับทางมหาลัย แต่คนเลือกเรียนวิชานี้มีน้อย เพราะเรียนกันเย็นมาก แต่แรกคิดว่า สนุกๆเรื่อยๆ ที่ไหนได้... เพราะคนสอนเอาจริง !! สอนมันทุกอย่าง ตั้งแต่
การใช้เฉพาะสายตาสื่ออารมณ์ต่างๆ
,
การฝึกพูดบทละครโดยคาบดินสอหรือปากกาอยู่ในปาก
ผมมาถามสาเหตุว่า ทำไมฝึกแบบนี้ คนสอนเขาบอกผมอย่างละเอียดว่า การใช้ดินสอคาบปาก นั้นเพื่อฝึกการออกเสียงที่ชัดเจน เวลาเรามีอะไรคาบปากเวลาพูด จะพูดลำบาก คือตรงนี้ ภาษาไทย ผมไม่เกี่ยงหรอก แต่เป็นภาษาฝรั่งเศส พอเสียงอู้อี้จากการคาบแล้ว คุณลองคิดดูสิ บทละครที่ฝึกให้พวกผมเล่นนั้น คนสอนไปเอา เรื่องของ
โมลิแยร์
(หนึ่งในนักเขียนลือชื่อของฝรั่งเศส) มาให้เล่น พร้อมกับ ซีลอร์กบทพูดของตัวละคร มาหนึ่งองค์ แบบเต็มๆ แล้วมีการบ้านครับ คือ ต้องท่องบทให้ได้ เพราะจะเล่นโดยห้ามดูบทพูด แม่เจ้า !!! ในชั้นเรียน คนมีน้อยอยู่แล้ว เลยแจกบทได้อย่างทั่วถึง ... คงเป็นวินาที ที่สวนกระแส ผู้อื่น คนในคลาส อยากได้บทตัวประกอบที่พูดน้อยๆ แต่ตัวประกอบของฝรั่งเศส ชอบในหลักการเท่าเทียม แม้ว่าี่ออกมาเพียงฉากเดียว บทพูดหนึ่งหน้าเต็มๆ .. แต่คนแจกบท ดันเป็นผู้สอน เขาจะดูลักษณะต่างๆของแต่ละคน และแล้วคืนนั้น ผมได้การบ้านคือ การท่องบท พูดของ "สกานาแรล".. ยาวซะไม่มี.. ( วิชานี้ เขามีเก็บคะแนนครับ เลยมีคะแนนค้ำคออยู่ ไม่อยากมาท่องก็ต้องท่อง ..)
ในจุดนี้ นึกกันสนุกๆนะครับ เวลาผมนั่งอ่านนั่งท่องมาตรากฏหมายที่สำคัญๆ เล่นๆ คิดไปว่า นี่ถ้าเอามาตรามาทำเป็นบทละคร ไม่รู้เลยว่า เวลาพูดจะต้องมานั่งทำอารมณ์แนวไหน ...ประมาณว่า ประมวลกฏหมายอาญา ต้องใช้อารมณ์แนวโรคจิตๆ เพราะเป็นเรื่อง ของการทำร้ายร่างกาย จิตใจ ปล้น จี้ ฆ่า ข่มขืน ฮะๆๆ..
ขอบพระคุณครับ
สันติ จันทกมล
Prev:
Je t'aime ..ขอเพียงแค่เธอรู้
Next:
..เพียงลมร้ายพัดผ่าน..
reply
share
10 Comments
Chronological
Reverse
Threaded
reply
annope
wrote on May 9
เปรี้ยวว่างั้นเถอะ ไม่มีชื่ออ่ะ
reply
satomiple
wrote on May 9
แจ่มสุดๆ ท่านออกญา
reply
fahpraifon
wrote on May 9
^ ^
ดีจัง ได้มีโอกาสฝึกด้วย อิอิ
หนึ่งหน้าเต็มๆ เหมือนท่องหนังสือสอบเลยนะนี่
ยากกว่าอีก ต้องจำเป๊ะๆ อิอิ
reply
opiyanit
wrote on May 9
ที่แท้ก็เป็นรุ่นน้องพ่อพี่เอง พ่อพี่ก็จบโบราณคดี ตอนแรกคิดว่าจบอักษรฯ ซะอีก
reply
annope
wrote on May 9
opiyanit
said
ที่แท้ก็เป็นรุ่นน้องพ่อพี่เอง พ่อพี่ก็จบโบราณคดี ตอนแรกคิดว่าจบอักษรฯ ซะอีก
อ้าวจริงเหรอฮะ พ่อพี่รุ่นไหนคับผม พวกผมรุ่น 47 คับ 555
reply
champ190
wrote on May 9
..รื่นเริงบันเทิงกัน เชื่อมมิตรสัมพันธ์โบราณคดี... ^^
reply
opiyanit
wrote on May 9
annope
said
อ้าวจริงเหรอฮะ พ่อพี่รุ่นไหนคับผม พวกผมรุ่น 47 คับ 555
อ๋อ เพิ่งนึกออก พ่อพี่ประมาณรุ่นคุณขันธ์ชัย บุนปานน่ะ (ไม่รู้สะกดชื่อถูกหรือเปล่า)
reply
744099
wrote on May 9
อืมม ที่มาของท่าน ออกญาเมืองตูร์ เป็นอย่างนี้นี่เอง
reply
asdoxa
wrote on May 9
กลับมาอย่าลืม รวมเล่ม เป็นของขวัญมาฝากน้องด้วยนะ
reply
mayrinwang
wrote on Jun 5
ทำ Poket book ขายดีไหมคะ อื้มๆๆๆ น่าสนน่ะเนี่ยะ จิงจิ้งงงงงงง^_______^
audio reply
video reply
Add a Comment
For:
Add a comment to this blog entry, for everyone
Send
champ190
a personal message
Subject:
-
Quote original message
champ190
Photos of Santi
Personal Message
RSS Feed
[?]
Report Abuse