คุณเคยไหม ?? กับการแอบหลงรักเพื่อนสนิท แล้วคุณกล้าพอไหม ที่จะบอกเธอหรือเขาผู้นั้น ว่า คุณชอบเขา  ??  วันนี้ ผม มีตัวอย่างของผู้ชายคนนึง ที่เกิดอาการรักเพื่อนสนิทชนิดสุมฝังแน่นเต็มหัวอก จนเข้าข่ายโคม่า ยากที่จะหายาแก้ และยากแท้ที่จะตัดใจ...โธ่เอ้ย  กรรมของ " นายแบ็งค์ "...

"        นายแบ็งค์ หนุ่มน้อยนักศึกษา สาขาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร  ได้เกิดมีใจปฏิพัทธ์ หลงรักหนูแนน" เพื่อนสนิทร่วมสาขา ชนิดโงหัวไม่ขึ้น  ทั้งคู่ได้พบกันตั้งแต่ตอนเฟรชชี่ปีหนึ่ง จวบจนกระทั่งวินาทีนี้ ทั้งสองก็กลายเป็นไม้ใกล้ฝั่งฝัน ..ปีสี่  ใกล้จะรับปริญญา อยู่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว  จะว่าไป ความสัมพันธ์ของ แบ็งค์ และ หนูแนน อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่เคยมีตก  ตลอดระยะเวลาสี่ปีทั้งคู่ ต้องไปทานข้าวกลางวันด้วยกันเป็นประจำ ไปไหนต่อไหน เมื่อใครเห็น หนูแนน  คนๆนั้นก็จะเห็น แบ็งค์ อยู่ข้างๆตลอด เช่นกัน  จึงเป็นทอร์คอ๊อฟเดอะทาร์ว ในหมู่เพื่อนๆร่วมชั้นปี  หากว่าถ้าใครไม่เคยรู้จักสองคนนี้  แล้วมาเห็นการกระทำที่หวานจนเลี่ยน ชวนสะอิดสะเอียนเพื่อนๆ  เป็นต้องบอกว่า ทั้งคู่ คือ แฟนกัน !!

      แต่ยังไงผมเองก็ไม่ทราบได้ ว่า นายแบ็งค์เกิดไปทำอะไร ให้หนูแนนเอะใจ นั้นละครับ.. คือ จุดเริ่มต้น เมื่อสาวเจ้าตีตัวออกห่าง...

     โรงอาหารมหาวิทยาลัย
     เอนก  : เฮ๊ยย..ไอ้แบ็งค์  เป็นอะไร ทำหน้าบอกบุญไม่รับ เหมือนถูกใครปล้นทรัพย์มายังไงยังงั้น "
     แบ็งค์ :อย่ากวน..คนอารมณ์ไม่ดี.."
    เอนก : นั้นแน่...หนูแนน ละสิ  พักนี้ ช่างห่างเหินคุณแบ็งค์ของเราไปได้อย่างไร อภิโธ่ อภิถัง..หัวใจดวงน้อยๆ ของแบ็งค์ หลุดลอยไปแสนไกล..ฮะๆๆ.."
    ณัฐพล : " เออ..พูดถึงหนูแนน แล้วนึกขึ้นมาได้อย่างนึง ว่ะ แบ็งค์.. แต่แกต้องทำใจน๊า "
    แบ็งค์ : " เฮ้ย มีอะไร บอกมาๆ เร็วๆ"
   ณัฐพล : คือ อืมม..เมื่อวานอะ  เราเห็น หนูแนน ไปทานข้าวกับผู้ชายคนอื่น "
   เอนก : " อ๋อออ ใช่ๆๆๆ   กูก็เห็นเหมือนกัน.."
   แบ็งค์ : "   พูดว่าอะไรนะ  เอาใหม่ดิ "
   ณัฐพล : " สรุปสั้นๆ  หนูแนนไปกับผู้ชายคนอื่น ..เข้าใจยัง "
  ( แบ็งค์  หน้าถอดสี เศร้าลงไปทันที...)
   ณัฐพล : " อยากรู้ป่าวว่าใคร  ขับเบนซ์ ด้วยน๊าจะบอกให้ อิอิ"
  แบ็งค์ : " จะย้ำกันอีกนานไหม "
   เอนก : " ทำเป็นๆ อารมส์เสีย..ไอ้แบ็งค์  เฮ้ย แบบนี้เราอย่าไปบอกมันดีกว่า ฮะๆๆ"
  แบ็งค์ : " บอกมาเดี๋ยวนี้  กูบอกให้บอก !!"
   เอนก : " เิออๆ  เห็นว่า มึงเป็นเพื่อนที่ดีนะ  เอ้า.ไอ้ณัฐพล บอกมันให้เต็มสองรูหูซิ"
  ณัฐพล : " แบ็งค์  ฟังกูดีๆนะ  และทำใจดีๆ  เอาละ  กูจะบอกว่า ผู้ชายคนนั้นอะ ...อืม....พ่อของหนูแนน ฮะๆๆๆๆๆๆ"
  แบ็งค์ :พวกมึงสองคน ตายยยยยย..!!"

      หลังจากที่นายแบ็งค์ วิ่งไล่หมายจะจัดการเพื่อนที่เคารพทั้งสองของเขา แล้ว...ทั้งสามคนก็รีบขึ้นมายังห้องเรียน  ทันที 

   ห้องเรียนวิชาวรรณคดีฝรั่งเศส
 
      ทั้งสาม เข้ามาก่อนเวลาพอสมควร..พร้อมๆกับเพื่อนๆร่วมสาขาหลายๆคน รวมทั้ง หนูแนน..

   แบ็งค์  :  " หนูแนน ครับ..มานั่งข้างหลังกับแบ็งค์น๊า.."
  หนูแนน : " เออ..ไม่ละจ๊ะ แบ็งค์  คือ เราอยากนั่งข้างหน้ากับ แก้ม มากกว่า จะได้ตั้งใจเรียน.."  โดยที่ไม่ทันรอให้แบ็งค์พูดประโยคต่อไป หนูแนนก็รีบเดินขึ้นไปนั่งที่ข้างหน้ากับกลุ่มเพื่อนสาวๆ ..งานนี้เลยทำเอา นายแบ็งค์  นั่งเครียดอยู่คนเดียว  ทันใดนั้นเอง  เอนก เดินมาจะนั่งด้วย พร้อมกับฮัมเพลง..
    เอนก" อกหักเพียงครั้ง ยังไม่ตาย  เสียดาย คนที่เคยรักกัน  ฮะๆๆ"
   แบ็งค์  :  ไอ้เหนก  ตลกมากใช่ไหม .."
   เอนก : " ไม่เอาน๊า แบ็งค์  ก็แค่ หนูแนนไปนั่งข้างหน้า ไม่ใช่ว่า เขาจะเดินไปเข้าพิธีวิวาห์กับฟิกาโร.. อีกอย่าง  มึงก็เรียนดีมาตลอด แต่พอเกิดเรื่องขึ้น  ผลการเรียนมึงตกไปมาก  ในฐานะเพื่อน กูเป็นห่วงมึง.."
   แบ็งค์ : เหนก..มึงไม่ต้องทำมาสอนกู กูรู้ตัวกูตลอด.."
  เอนก : " เออ..ให้มันรู้ไป  รอมึงหายบ้าก่อน แล้วกูค่อยคุยกับมึงก็แล้วกัน..โิอเค๊ "

   (ณัฐพล ซึ่งนั่งติดกับแบ็งค์  มาสะกิดเขาว่า.. )
   ณัฐพล  " แบ็งค์..กูเห็นด้วยกับไอ้เหนก ..เอางี้..รอให้เราเรียนจบคาบนี้กันก่อน  กูมีวิธีช่วยมึง.. แล้ววิชานี้  มึงอย่าคิดมาก  ตั้งใจเรียน ตั้งใจเลคเชอร์  จิตอย่าหลุดลอย เหมือน วันก่อนๆนะมึง."

  หลังจากจบคาบวรรณคดีฝรั่งเศส  หนูแนน ก็รีบเดินลงไปข้างล่าง โดยไม่รอแบ็งค์เลยแม้แต่นิด

   แบ็งค์ (รำพึงคนเดียว) :  " หนูแนน...เฮ้ออ.. รังเกียจกันถึงขนาดนี้เลยหรอ"
  ณัฐพล  : " เอาละๆ .แบ็งค์ ฟังกูให้ดีนะ.. กูอยากให้มึงลอง ไปปรึกษากับคนๆนึง รับประกันเลย อย่างน้อย ไอ้คนเนี่ย  มันช่วยมึงได้ "
  แบ็งค์ : " ใครหรอ.."
   ณัฐพล :มันเป็น หมอดู "
   แบ็งค์  : บ้าไปแล้ว มึงไปแล้ว..หมอดูเนี่ยนะ  จะช่วยกูได้ ..ไม่อยากเชื่ออะ"
  ณัฐพล : " ฟังก่อนสิ  ยังไม่พูดจบ  ที่จริงแล้ว  คนเนี่ย ก็ไม่ใช่ หมอดู  แต่ มันเป็นนักศึกษาแบบพวกเรานี่ละ  เพียงแต่ ความพิเศษของคนๆนี้ อยู่ตรงที่  ทุกปิดเทอม  มันจะไปเรียน วิชาดูดาวดูดวง อะไรซักอย่างที่ ประเทศพม่า  มันไปคนเดียว ได้ข่าวว่า กลางค่ำกลางคืน มันจะนอนที่ป่า..แต่ขอรับรอง  ฝีมือ แม่นมากๆ  กูรับประกัน  เพราะกูเองก็เคยไปหามันแล้ว.."
  แบ็งค์ : " โอเค  ลองดูซักครั้งก็ไม่มีปัญหา ว่าแต่ หมอดูคนนี้ เรียนที่ไหน "
  ณัฐพล : " อ๋อ  คนนี้ เรียนอยู่ที่ คณะโบราณคดี  ศิลปากร   เอ้า..นี่  เบอร์โทรติดต่อมัน.. "
 
 หลังจากที่แบ็งค์ได้รับเบอร์ของหมอดูเทวดาไปแล้ว เขาก็รีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที
  ณัฐพล : อ้าววว..เฮ้ยยย  วิ่งไปซะแล้ว  ยังพูดไม่จบเลย เออๆ  ไปทำความรู้จักกันเอง ก็แล้วกัน..เฮ้อ"

  แบ็งค์รีบโทรติดต่อ หมอดู ทันที เป็นโชคดีของเขา ที่หมอดูบอกให้มาหาเขาได้เลยในวันนี้..แบ็งค์รีบนั่งรถเมย์มายัง  ถนนหน้าพระลาน ศิลปากร

  ณ.จุดนัดพบ หน้าคณะโบราณคดี

   แบ็งค์เห็นหมอดูคนนั้นนั่งจังก้าท่าทางพิเรนท์อยู่บนโต๊ะ้หน้าคณะโบราณคดี
  แบ็งค์ : " หวัดดีครับ  คุณใช่ไหมที่เป็นหมอดู  ผมชื่อ.." ยังไม่พูดเสร็จ หมอดูก็รีบพูดแทรกขึ้นมา
  หมอดู  :ผมไม่จำเป็นที่จะต้องรู้จักนามของคุณ  แต่คุณควรจะทราบนามของผม หึๆ.."
  แบ็งค์ : " เออ..ครับ  ไม่ทราบคุณชื่ออะไรอะ "
  หมอดู : " หึๆ  เพื่อนๆคณะโบราณคดี เรียกผมว่า   สันติ .."
  แบ็งค์ : " ครับๆ  สันติ ก็ สันติ  ยินดีที่ได้รู้จักครับ.."
  สันติ ( มองนาฬิกาข้อมือของตน ก่อนที่จะกล่าวว่า ) : " คุณมาช้าไปสามนาที นะ .."
 แบ็งค์ : " ขอโทษครับ รถติดมากๆ "
  สันติ : "เหตุเพราะคุณมาสาย คุณทำให้ ร่างทรงอิทธิฤทธิ์ของผม หายไป..ถ้าผมไม่มีสิ่งนี้  ผมก็ไม่สามารถดูดวงให้คุณได้"
 แบ็งค์ ( รำพึงในใจ.. "ท่าจะบ้าว่ะ ") : " อ้าวแล้วแบบนี้ จะทำอย่างไงดีละครับเนี่ย"
 สันติ : " แต่ไม่ต้องห่วง ผมทราบว่า ร่างทรงอิทธิฤทธิ์ของผม มันไปอยู่ที่ไหน "
 แบ็งค์ : " ที่ไหนละครับ "
 สันติ : " ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "
 
 หลังจากนั้น ทั้งคู่รีบมุ่งไปท่าพระจันทร์เพื่อไปร้านอาหารญี่ปุ่น ตรงข้ามกับธรรมศาสตร์ พอทั้งคู่เดินเข้าร้านและได้ที่นั่งแล้ว แบ็งค์หมายที่จะซื้อใจสันติ จึงบอกไปว่า..

  แบ็งค์ : " ไหนๆก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เอาเป็นว่า เราก็อยู่ในร้านอาหารแล้วด้วย ผมขอเป็นเจ้ามือมื้อนี้เอง"
 สันติ : " แล้วแต่ศรัทธา..หึๆ บัดนี้ร่างทรงอิทธิฤทธิ์ กลับมาสู่ตัวผมแล้ว หึๆ"
 แบ็งค์ ( รำพึงในใจ...มันต้องบ้าแน่ๆ  เชื่อได้ป่าวละเนี่ย..) : " โอเคครับ คุณสันติ ผมจะเลี้ยงข้าวผัดชาฮั่งคุณ แล้วกัน.."
 สันติ : " หยุดก่อน ผมลืมบอกไปว่า ร่างทรงอิทธิฤทธิ์ไม่สามารถทานข้าวผัดได้ แต่ ต้องเป็น.."
 ( สันติเรียกเด็กเสิร์ฟในร้านทันที)
 สันติ : " น้องๆ พี่เอา ทงคัทสึ หนึ่งที่ คัตสึด้ง หนึ่งที่ และ ราเมงหนึ่งที่.."
 แบ็งค์  ถึงกับค้าง  และรำพึงในใจ .." ไม่น่าจะออกปาก ไปเป็นเจ้ามื้อเลย ผับผ่า..สาบานได้ไหมเนี่ย กินมากแบบนี้ ควายหรือคน ยังฉงนอยู่ในใจ.."
 (หลังจาก สันติทานมื้อเที่ยงที่แสนจะอร่อยเสร็จแล้ว  )
 แบ็งค์ : " เอาละ สันติ คราวนี้คุณจะดูดวงให้ผมได้หรือยัง .."
 สันติ : " ใจเย็นๆ หึๆ  เราจะดูดวงในร้านนี้ไม่ได้ เพราะร่างทรงอิทธิฤทธิ์ของผม เป็นธาตุน้ำ จำเป็นจะต้องหาของเย็นๆและเย็นมากๆมาสังเวยเสียก่อน..นั้นคือ ที่ร้าน  อีเลเว่นเซ่น..หึๆ"
 แบ็งค์ รำพึงคนเดียว.." สันติ กูหมดกับเอ็ง ร่วมสามร้อยบาทแล้วน๊า เอาเหอะ อยากรู้เหมือนกัน จะแน่สมคำล่ำลือจริงหรอ  ถ้าทายเราผิดละ  จะตามไปคิดบัญชีที่คณะโบราณ แน่ๆ "

 ณ.ร้านไอศครีม อีเลเวนเซ่น
 
   สันติ : " หึๆ คุณไม่ลืมใช่ไหม ว่า เราจำเป็นต้องมีค่าพิธีบูชาครูและสังเวยร่างทรงอิทธิฤทธิ์ หึๆๆ"
  แบ็งค์ : " โอเค มาถึงขั้นแล้ว..ว่าไงก็ว่ากัน "
  ( สันติเรียกเด็กเสิร์ฟในร้าน)
  สันติ : " ผมเอา บานาน่าสปริ๊ท กับ  ช็อตโกแล็ตซันเดย์ ครับ"
  แบ็งค์ รำพึงคนเดียว " เข้าใจสั่งนะ ไอ้แว่น สันติ เดี๋ยวเถอะ ถ้ากินเสร็จ แล้วมีลูกไม้อะไรอีก มึงโดนกูแน่.. กินเข้าไปได้อย่างไง  กระเพาะครากหมด..เฮ้อ "

  หลังจาก สันติทานไอศครีมไปเรียบร้อยแล้ว
  สันติ :เอาละ หึๆ สังเวยเสร็จแล้ว มา..เรามาเข้าสู่พิธีกรรมของเรากันดีกว่า  ดูคุณใจร้อนรน ทายว่า จะมีปัญหารกับ บุคคลอันเป็นที่รักใช่ไหม "
  แบ็งค์ ( รำพึงคนเดียว  " โธ่..จิืตวิทยาง่ายๆ นึกว่าจะแน่ ") : " โอ้โห แม่นมากๆ คุณสันติ "
  สันติ : " หึๆ  แล้วผมขอทายต่อไปอีกว่า  คุณหลงรักเพื่อนสนิทของคุณเอง แล้วคุณพยายามหาทุกวิถีทางที่จะบอกความในใจเขา ใช่ไหม หึๆๆ"
 แบ็งค์ ( รำพึงคนเดียว " เฮ้ยย มันรู้ได้ไงว่ะ  หรือ ณัฐพล โทรมาบอกมันก่อน")
 สันติ : " หึๆ  คุณไม่เชื่อผม... ก็ได้  ผมจะใช้วิชาที่ผมได้ไปรำเรียนที่ พม่า มาแสดงให้คุณรู้ว่า ทุกอย่างที่ผมพูดมัน คือ ความจริง ฮะๆ  ว่าแต่  คุณ อยากถามอะไร เชิญ !!!"
 แบ็งค์ ( รำพึงคนเดียว.. เอาวะ  เอาคำถามที่มันไม่มีทางตอบได้ จะเก่งไปได้กี่น้ำ ไอ้สันติ ) : " ผมอยากรู้ว่า ผมจะสามารถบอกรักเพื่อนสนิทของผมได้ไหม แล้วจะได้บอกรักที่ไหน อย่างไร.."
 สันติ : " ฮะๆๆๆ  โอมม..ตำรามหาอุบากอง  เนงบาสีอ่องผู้ปราชัย  ตะละแม่กุสุมางามหยดย้อยไฉไล พระมีชัยสิบทิศทิศบุเรงนอง  คำตอบ  คือ 
          
ความอัปยศอดสู คือ สิ่งนำ ในสถานที่แห่งความทรงจำแลสุขสันต์ทั้งกายใจ บอกรักผ่านสองภพสมฤทัย    ความอับอายได้ทำลายกองทุกข์ทัณฑ์...      ฮะๆๆๆๆ"

  ทันใดนั้น สันติ ลุกขึ้นหัวเราะแล้วเดินออกจากร้านทันที

  แบ็งค์  : " เฮ้ยยย แปลว่าอะไรวะ   อย่าเพิ่งหนีสิ  เฮ้ยยยยย  มาบอกกันให้รู้เรื่องก่อนนนน กลอนบ้าอะไรละเนี่ย.."
 
   แบ็งค์ นั่งถอดใจ และ กลุ้มใจ เสียเงินทั้งหมดวันนี้เพื่อค่าสังเวย สองร้าน ก็ปาเข้าไปเกือบห้าร้อย แถมยังไม่ได้คำตอบแน่ชัด  เขาจึงไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว  เพราะอีกแค่ไม่เท่าไหร่ ก็รับปริญญา และหนูแนนก็จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ   ฉะนั้น ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน...  หลังการสอบครั้งสุดท้ายผ่านไป ในช่วงรอรับปริญญา  แบ็งค์ตัดสินใจครั้งที่สุดโทรหาหนูแนน ..

     แบ็งค์  : ฮัลโหล..หนูแนนหรอครับ  นี่แบ็งค์พูดอยู่นะ  เออ..คือ  แบ็งค์มีอะไรจะให้หนูแนน อะ "
    หนูแนน : " หรอจ๊ะ..อืมม ขอบใจนะ  แต่หนูแนน ว่า ไว้รอเจอกันวันรับปริญญาไม่ดีกว่าหรอ แบงค์.."
    แบ็งค์ :หนูแนน  น๊า..คือ ว่า วันรับปริญญาอะ มันฉุกละหุกอะ  แบบว่า แบ็งค์ อยากไปทานข้าวกับหนูแนน อีกครั้งนึง เหมือนที่ เราไปกินกันเมื่อวันเก่าๆไง  อีกอย่าง หนูแนน จะไปลอนดอนอยู่แล้ว  เราก็คงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่หรอก"
   หนูแนน : " แหม..แบ็งค์  พูดอย่างกับ ว่าเราจะไม่มีโอกาสได้กลับมาพบกันอีก  หนูแนนก็ไปลอนดอนไม่กี่ปีเอง  อีกอย่าง  เราก็ติดต่อผ่านทาง เอมเอสเอ็น ก็ได้ไม่ใช่หรอจ๊ะ..่"
  แบ็งค์หนูแนน..อย่างน้อย ก่อนหนูแนน จะไปเรียนต่อเมืองนอก  แบ็งค์ก็อยากทานข้าวร่วมโต๊ะกับหนูแนนอีกซักหน ได้คุยกันสนุกๆ อีกซักครั้งเหมือนตอนเราอยู่ ปีสอง กับ ปีสาม ไงละ.."
  หนูแนน" อืมม  ได้จ๊ะ แบ็งค์ ..เสาร์นี้  สยามดิสคอร์ฟเวอรี่  ที่เก่าเวลาเดิมน๊า  "
  แบ็งค์ : " ขอบใจนะ หนูแนน  โอเค ไม่รบกวนแล้ว  แล้วพบกันเสาร์นี้ บาย ครับ.."

  วันเสาร์ ณ.สยาม ฝั่งโรงหนังสยาม ช่วงเที่ยง
 แม้ว่า แนนนัดแบ็งค์ มาตอนบ่ายสองโมงที่ ดิสคอร์ฟเวอรี่ แต่ แบ็งค์ ตื่นเต้นและดีใจมากๆ เลยทำให้เขามาเดินเล่นที่สยาม ก่อนเวลานัด ทันใดนั้นเอง ที่ข้างๆซอกแห่งหนึ่งในสยาม

  แบ็งค์ พูดคนเดียว : อิอิ  ตื่นเต้นๆ  วันนี้ ดีร้ายประการใด ต้องบอกความในใจให้หนูแนนรู้ เอ๊..ที่ซอกนั้น  มีขายของกินด้วยหรอแฮะๆ  โอ้โห...ตำปู  มี ส้มตำปูด้วย   จานโปรดๆ  เอาวะ  เที่ยงพอดี  ขอซักจานจะเป็นไร ฮะๆๆ"

  มันช่างเป็นมื้อเที่ยงที่แสนสุขใจ แบ็งค์ ฟาดตำปูไปเต็มๆสองจาน เขาทานอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั้งใกล้ถึงเวลานัดกับหนูแนน

  13.50 นาฬิกา ณ.ดิสคอร์ฟเวอรี่

    แบ็งค์ พูดคนเดียวโอยยย  ไม่น่าเลย  ดันทานส้มตำไปสองจาน  โอยยยย  ปั่นป่วนท้อง..อืมมม  ชักจะไม่ไหวแล้ว  ข้าศึกบุกโอยยยย  อีกสิบนาทีถึงเวลานัด  รีบไปห้องน้ำก่อนดีกว่า.."
   แบ็งค์รีบใส่เกียร์ห้า วิ่งหน้าตั้ง กระโดดเข้าห้องน้ำที่ดิสคอร์ฟเวอรี่  ซึ่งเป็นโชคดีของแบ็งค์ ที่วันนั้น บรรยากาศในห้าง  มีคนน้อยมากๆ แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์...

  ณ.ห้องน้ำ

   หลังจากแบ็งค์ทำธุระเสร็จ  ก็เดินออกมาล้างมือ
  แบ็งค์ :  พูดคนเดียว  " เฮ้ออ..สบายท้องมากๆ   ฮะๆ  ดี วันนี้ไม่มีคนในห้องน้ำเลย ฮะๆๆ  เป็นสุขแท้ๆ ล้างหน้า ล้างตาหน่อย เสริมหล่อๆ อิอิ  จะได้เจอหนูแนน แล้ว   "
  หลังจากนั้น  แบ็งค์คว้าหวีพกคู่ใจขึ้นมาหวีผม ต่อหน้า กระจกในห้องน้ำ

 แบ็งค์ พูดคนเดียว  : เอาละ  ฮะๆ  หล่อแล้ว   อืมมมม  ไม่มีใครเฮ้ย ในห้องน้ำ แต่เอ..ห้องน้ำนี่แปลก ทำไมไม่มีโถฉี่ของผู้ชายวะ สงสัยห้องน้ำยุคใหม่ ฮะๆๆ ไม่เป็นไร  ซ้อมๆบทพูดกับหนูแนน หน่อยดีกว่า อิอิ   ฮึมๆ   .เอาละ   หนูแนน  แบ็งค์มีอะไรอยากจะบอกหนูแนนมานานมากแล้ว  อาจจะตั้งแต่ครั้งแรกที่แบ็งค์เจอหนูแนนเลยก็ว่าได้ ..
 
หนูแนน ฟังนะ ... แบ็งค์ ชอบหนูแนนอะ ชอบมากๆด้วย  แบ็งค์ไม่ได้ที่จะต้องการใ่้ห้เราต้องมาเป็นแฟนกันนะ  แต่ ขอแค่อย่างเดียว  คือ  หนูแนน รู้ว่าแบ็งค์คิดอย่างไงกับหนูแนน  เท่านั้นพอ  คือ แบบว่า  Je t'aime อะ  ได้ยินไหมมมมมมม หนูแนนนนนนนนน  Je t'aimeeeeeeeeeeeeeeeeeeee "

 ทันใดนั้น  ในขณะนั้น ที่แบ็งค์ตะโกนพูดอยู่กับกระจก  พลันสายตาของเขา ได้สังเกตเห็นว่า ห้องน้ำที่อยู่หลังเขา  มีคนอยู่.... สุดท้าย ประตูห้องน้ำ ค่อยๆ เปิด  ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้น่ารักผมยาว..ผิวขาว..  หนูแนน  นั้นเอง...    แบ็งค์ถึงกับ ช็อคและค้างอยู่กับที่..

   หนูแนนแบ็งค์ เออ..คือ.. เราได้ยินที่แบ็งค์พูดหมดแล้ว...อืมม ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่่ หนูแนนขอบใจนะ  แต่ แบ็งค์ คือ เพื่อนที่ดีของหนูแนน..ตลอดไป.."


          ความอัปยศอดสู คือ สิ่งนำ ในสถานที่แห่งความทรงจำแลสุขสันต์ทั้งกายใจ บอกรักผ่านสองภพสมฤทัย    ความอับอายได้ทำลายกองทุกข์ทัณฑ์... 


  ออกญาเมืองตูร์ 

   (  หมายเหตุ  ในเรื่องนี้ มีคำสนทนาที่ อาจจะมีถ้อยคำไม่ไพเราะอยู่  แต่ก็เพื่ออรรถรสที่สมจริงกับสถานการณ์  ผมจึงขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว  ขอบคุณครับ )
       
  


24 CommentsChronological   Reverse   Threaded
champ190 wrote on Apr 19

hongbaab wrote on Apr 19
ขำดี ชอบครับ
ที่ใดมีทุกข์ ที่นั้นมีรัก
ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีสุข อ๋า
nutty07k wrote on Apr 19
เฮ้อออออ!~ ยังไงก้อถือว่าพูดไปแล้ว ออกหัวออกก้อย ก้อดีกว่าไม่พูด.................
itskel wrote on Apr 19
ยาวมาก เดี๋ยวมีเวลาจะแวะเข้ามาอ่านใหม่นะคุณแชมป์ ท่าทางจะสนุก นางเอกเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย
Comment deleted at the request of the thread owner.
tumsing wrote on Apr 19
ฮ่าๆๆๆ....โอ้ยๆ
fahpraifon wrote on Apr 19
บอกรักผ่านสองภพนี่คือบอกรักหน้ากระจกเหรอ

โอ๊ย ฮาอ้ะ เรื่องนี้
ชอบ ๆ
itskel wrote on Apr 19
มีหลายฉากมากกกก บทสนทนาเยอะดี ท่าทางจะชอบเขียนบทละครนะคุณแชมป์

สนุกดีค่ะ อ่านแล้วคิดย้อนกลับไปสมัยรุ่นๆ ตอนจีบกันใหม่ๆ ก็ประมาณฉากสุดท้ายนี้ละ

แต่จะเป็นการดีถ้า ตอนจบเป็นแบบนี้
แบ้งค์: Je t'aime, Nu+ Naen
หนูแนน: Bank, je t'aime aussi :)




annope wrote on Apr 19
แต่ว่าหมอดูสันติอ่ะ เคยดูดวงให้ผมเหมือนกันนะ
เหอๆ จะว่าแม่นก็แม่นนะ
มันบอกว่า ผมจะไม่ถูกกับคนที่ชื่อ ขึ้นต้นด้วย ส เสือ
แต่ขอประทานโทษนะ
พ่อ แม่ พี่ เพื่อน อาจารย์ในภาพเกือบๆ ทุกคน
ส เสือหมดเลย มิน่า อยู่ไม่สุข ลองให้หมอดู "สั"นติ ดูสิคับ แม่นอยู่นะ
แต่ถ้ามันคิดค่ายกครูตามรายการอาหารข้างบนล่ะก็ ไปดูที่สนามหลวงดีฟ่า 555
champ190 wrote on Apr 19

ความอัปยศอดสู คือ สิ่งนำ ในสถานที่แห่งความทรงจำแลสุขสันต์ทั้งกายใจ บอกรักผ่านสองภพสมฤทัย ความอับอายได้ทำลายกองทุกข์ทัณฑ์...

ฮะๆ จากเรื่องนี้นะครับ ตามคำทำนายของหมอดูสติเฟื่อง ตีความได้ดั่งต่อไปนี้ คือ

๑. " ความอัปยศอดสู คือ สิ่งนำ" ตีความว่า นายแบ็งค์ ดันไปทานส้มตำปู จนท้องเสีย เป็นเหตุให้วิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนที่จะไปบอกรักหนูแนน

๒. " ในสถานที่แห่งความทรงจำแลสุขสันต์ทั้งกายใจ" ตีความว่า ห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำเปรียบเสมือนห้องแห่งความสุขไว้ปลดความทุกข์ตรมต่างๆ อีกทั้ง มีสุขภัณฑ์มากๆมายที่รอต้อนรับ ผู้มาปล่อยทุกข์

๓. " บอกรักผ่านสองภพสมฤทัย" ตีความว่า นายแบ็งค์ มาฝึกซ้อมบทพูดสารภาพรัก ที่หน้า " กระจก ในห้องน้ำ" ในจุดนี้ คำว่า สองภพ ผมนึกไปถึงเรื่อง ทวิภพ ที่ต้องเข้าไปทางกระจก ถึงจะข้ามภพได้ อีกทั้งกระจกสามารถ มองเห็นอีกโลกหนึ่งได้ ถึงเรียกว่า สองภพ..

๔. " ความอับอายได้ทำลายกองทุกข์ทัณฑ์" ตีความว่า นายแบ็งค์ดัน ไปวิ่งเข้า "ห้องน้ำผู้หญิง " โดยที่ไม่มองป้ายให้ดีก่อน ตัวเองได้ บรรลุถึงความต้องการที่จะบอกความในใจให้หนูแนน แม้ว่า จะอับอายในการเข้าห้องน้ำผิด แต่ก็ได้ ปลดปล่อยความในใจออกมาจนสิ้นแล้ว...


ขอบคุณทุกคนอีกทีนะครับ ^^
ใช่แล้วครับ ยิ้ม บอกรักผ่านกระจก โดยที่นายแบ็งค์ไม่รู้ตัวเลยว่า หนูแนน อยู่ในห้องน้ำนั่นด้วย และ ขอบพระคุณ พี่เล็ก มากๆครับ อิอิ ^^ ที่ คิดโครงเรื่องนี้ออกไปอีกแนว
itskel wrote on Apr 19
โอ ขอบคุณที่มาเฉลยนะจ๊ะ ถ้าไม่เฉลยเดี๋ยวคืนนี้นอนไม่หลับแน่ ฮ่าๆ

แนวเรื่องของพี่ มันง่ายมากไปหน่อยนะ ชีวิตจริงมันมีอะไรมากกว่านี้อีกหลายเท่านัก ถ้า

น้องแนน: Je ne t'aime point ...

ก็จบกันไปเลย

แต่น้องแนน ขอบคุณ และยัง keep นายแบงค์ เป็นเพื่อนอีกต่อไป นายแบงค์อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าซักวันหนึ่ง คงมีโอกาสเลื่อนฐานะจากเพื่อน มาเป็น เพื่อน สนิท และคนรัก ในอนาคตถ้านายแบ้งค์รอไป อีกซัก 50-60 ปี ฮ่าๆ

เอ น้องแนน ให้ความหวังนายแบงค์มากไปไม๊เนี่ย
asdoxa wrote on Apr 19
ดูให้มั่งจิ

ดูเป็นจริงๆป่ะ
puremathja wrote on Apr 20
อ่านจบแล้วครับบบบ
ดู ฮา ดีครับบบบ

ถ้าเป็นจิง อย่างงี้ก็ขำไม่ออกเช่นกัน คริ คริ
hitoe11 wrote on Apr 22
เปนไรมากป่ะ-*-
champ190 wrote on Apr 22

เป็นแฟนเก่าเธอ ไงละจ๊ะ อุ๋ย ฮะๆๆๆ ^^'

ว่าแต่ คุณแอมเม่ เข้ามาด้อมๆมองๆตั้งหลายรอบแล้วน๊าาา มาสืบราชการลับหรอครับ อิอิ
อย่าน๊าา ยิ่ง คนชื่อ " แอม " นี่ เคยก่อคดีกับสันติไว้มากมาย ไม่รู้ละ ชื่อเธอคล้ายๆกัน รับผิดชอบแทนเลย ฮะๆๆ

hitoe11 wrote on Apr 22

เป็นแฟนเก่าเธอ ไงละจ๊ะ อุ๋ย ฮะๆๆๆ ^^'

ว่าแต่ คุณแอมเม่ เข้ามาด้อมๆมองๆตั้งหลายรอบแล้วน๊าาา มาสืบราชการลับหรอครับ อิอิ
อย่าน๊าา ยิ่ง คนชื่อ " แอม " นี่ เคยก่อคดีกับสันติไว้มากมาย ไม่รู้ละ ชื่อเธอคล้ายๆกัน รับผิดชอบแทนเลย ฮะๆๆ

ชิ...ทำไมยะ ยังรักพี่แอมอยู่รึไง..ธ่อเอ๊ยย-*-
champ190 wrote on Apr 22

โอ๋ๆ พินนี่ที่เคารพ ^^
ใส่ร้ายกันอีกแล้ว แหมๆ สันติรักความเสมอภาค ฉะนั้น จึงรักสาวๆทุกคนเสมอกัน เฮ้ยยยย
มะช่ายยย ฮะๆ ล้อเล่น
สรุป ปัจจุบันกาล สันติยังโสดนะคร๊าบบบบบบบ ^^

hitoe11 wrote on Apr 22

โอ๋ๆ พินนี่ที่เคารพ ^^
ใส่ร้ายกันอีกแล้ว แหมๆ สันติรักความเสมอภาค ฉะนั้น จึงรักสาวๆทุกคนเสมอกัน เฮ้ยยยย
มะช่ายยย ฮะๆ ล้อเล่น
สรุป ปัจจุบันกาล สันติยังโสดนะคร๊าบบบบบบบ ^^

ชิ..พินนี่ไมไ่ด้หาเรื่องสันติซะหน่อยพูดเรื่องจิงทำเป็นรับไมไ่ด้
แล้วแม่สาวผมทองนั่นละ.????
ยังจู๋จี๋ ดู๋ดี๋กันเมามันอยู่าสิ
veryveryirresistible wrote on Apr 22
ความรัก เมื่อพูดออกไปแล้ว มันก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

บางครั้ง การแอบรักมันช่างมีความสุขเสียนี่กระไร...

ถ้าเขารู้...ความรู้สึกมันมักจะไม่เหมือนเดิม...
ladymaepb wrote on Apr 25
เป็นเหมือนกันเลย

แต่ของเขาจบดีกว่านี้ ติดเดียว 55
opiyanit wrote on Apr 28
เรื่องยาวมาก แต่อ่านจนจบ ขำดี นึกถึงสมัยเรียน ป.ตรีนะ การแอบรักมันก็มีความสุขผสมเศร้า เหมือนกินฮอลล์รสน้ำผึ้งผสมมะนาวแหละ

ตกลงเรียนกฎหมาย หรือเรียนเขียนบทละครกันแน่ะเนี่ย
kimheejin wrote on May 1
เรื่องนี้มันคุ้นๆอ่ะเพื่อน
petitsiam wrote on May 2
ตลกดีครับพี่แชมป์ เรื่องยาวแต่อ่านแล้วน่าติดตามไปเรื่อยๆ
mayrinwang wrote on Jun 5
ความรัก เมื่อพูดออกไปแล้ว มันก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

บางครั้ง การแอบรักมันช่างมีความสุขเสียนี่กระไร...

ถ้าเขารู้...ความรู้สึกมันมักจะไม่เหมือนเดิม...
พี่เหมียวๆๆ นู๋เคย เป็นแบบนั้นเปี๊ยบเลย เห่อๆ ^__________^

ปล คุณChamp190 ว่างๆจะกลับมาอ่านนะคะ ^__^
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help